หลักฐานโอนเงินชัด! ‘กรวีร์’แฉพฤติกรรมเรียกงาบผลประโยชน์ขอสัญชาติโยง‘ส่วยชายแดน’

หลักฐานโอนเงินชัด! ‘กรวีร์’แฉพฤติกรรมเรียกงาบผลประโยชน์ขอสัญชาติโยง‘ส่วยชายแดน’

หลักฐานโอนเงินชัด! ‘กรวีร์’แฉพฤติกรรมเรียกงาบผลประโยชน์ขอสัญชาติโยง‘ส่วยชายแดน’

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

หลักฐานโอนเงินชัด! “กรวีร์”แฉพฤติกรรมเรียกงาบผลประโยชน์ขอสัญชาติโยง”ส่วยชายแดน”จริง บี้”มหาดไทย”สอบสาวลากคอคนผิดมาลงโทษให้ได้ แนะหากยังลงโทษทางวินัย-อาญาไม่ได้ สามารถสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ก่อน เปิดทางสอบหาความจริง หนุนงบฯบุคลากร-เทคโนโลยี ช่วยอำนวยความสะดวกให้ปชช. อุ้มกันพยานป้องถูกข่มขู่ไม่ต่ออายุพาสปอร์ต

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ฯ กรณีการติดตามปัญหาส่วยชายแดน ว่า ได้เชิญตัวแทนส่วนราชการจาก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ให้ข้อมูล พร้อมกับหยิบยกกรณีที่มีการร้องเรียนในกรรมธิการ ซึ่งทางจังหวัดยอมรับว่ามีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ในกระบวนการยื่นขอสัญชาติไทยจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และรวบรวมหลักฐานจากประชาชนในพื้นที่ ที่ว่ามีผู้กระทำผิดในระดับอำเภอ และต้องลงโทษผู้ที่กระทำผิดให้ได้ เชื่อว่าทำได้ ซึ่งหากหาไม่ได้ กรมการปกครองจะต้องรับผิดชอบ เพราะมีหลักฐานการโอนเงินที่ชัดกรณีผู้ที่รับเงิน โดยจะต้องมีการกันพยานเพื่อรับรองความปลอดภัยด้วยหากพบว่าข้าราชการระดับนายอำเภอมีส่วนเกี่ยวข้อง หากยังลงโทษทางวินัยหรืออาญาไม่ได้ ก็สามารถลงโทษในเชิงปกครองด้วยการสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ได้ ซึ่งสามารถทำได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการสอบหาข้อเท็จจริง

“ได้ย้ำกับทางจังหวัด และกรมการปกครอง หากพบคนที่ทุจริต ไม่ว่าจะจะเป็นระดับไหน กำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่อำเภอ ทะเบียน หรือนายอำเภอ ขอให้ปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างจริงจังและเข้มงวด หากมีคนผิดต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อให้เป็นตัวอย่างในกรณีว่าไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจรัฐในการหาผลประโยชน์ของตนเอง” ประธาน กมธ.ปกครอง กล่าว

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ขอเน้นย้ำไปถึงกรมการปกครอง ให้พิจารณาเรื่องงบประมาณ และบุคลากร นำระบบเทคโนโลยีนำไปช่วยอำนวยความสะดวกให้กับอำเภอ ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการขอสัญชาติส่วนกรณีที่ผู้เสียหายไม่กล้าที่จะแจ้งความดำเนินคดี หรือให้ข้อมูลกับนายอำเภอ เนื่องจากมีการข่มขู่ว่าจะไม่เซ็นต่ออายุพาสปอร์ตถาวรให้ หากเป็นเช่นนั้นจะไม่สามารถทำเรื่องขอสัญชาติได้ แต่การขอสัญชาติกับการต่ออายุพาสปอร์ต เป็นคนละเรื่องกัน ไม่สามารถเอามารวมกันได้ จึงได้เสนอกรมการปกครองว่า ถ้าไม่ทันจริงๆ อาจจะต้องมีการขยายในบางพื้นที่ จึงอยากให้กรมการปกครองเร่งทำหนังสือยื่นมาทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการขอสัญชาติจะต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่า บุคคลดังกล่าวควรที่จะได้สัญชาติไทยจริงๆ เชื่อว่าเรื่องนี้มีเบาะแส และมีการกระทำผิดจริง ก็ต้องติดตามว่าทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างไรต่อ ทราบว่ากรมการปกครองได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวด้วย ซึ่งตนจะนำข้อมูลของนาย กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม และข้อมูลจาก สส.พรรคประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ รวบรวมส่งให้กับกรมการปกครองอีกด้วย

Leave a comment