ทรัมป์ประกาศ “จะไม่ยอม” ให้เนทันยาฮูผนวกเขตเวสต์แบงก์

ทรัมป์ประกาศ "จะไม่ยอม" ให้เนทันยาฮูผนวกเขตเวสต์แบงก์

26 ก.ย. 2568 11:00 น.

ทรัมป์ประกาศ “จะไม่ยอม” ให้เนทันยาฮูผนวกเขตเวสต์แบงก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศกร้าวว่า เขาจะไม่ยอมให้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ผนวกเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครองอยู่ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ผมจะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกเวสต์แบงก์…มันจะไม่เกิดขึ้น” คำกล่าวนี้มีขึ้นก่อนที่นายเนทันยาฮูจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

การประกาศจุดยืนของทรัมป์สอดคล้องกับแรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นต่ออิสราเอลให้ยุติสงครามในกาซาและการยึดครองเวสต์แบงก์ ขณะที่หลายประเทศตะวันตกเริ่มให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มขวาจัดในอิสราเอลมองว่าการผนวกเวสต์แบงก์จะสามารถหยุดยั้งแนวคิดนี้ได้

กลุ่มชาตินิยมสุดโต่งในรัฐบาลผสมของเนทันยาฮูได้เรียกร้องให้มีการผนวกเวสต์แบงก์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์อย่างเปิดเผย ขณะที่สหราชอาณาจักรและเยอรมนีออกมาเตือนอิสราเอลถึงเรื่องนี้แล้ว ส่วน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวที่สำนักงานใหญ่เมื่อวันจันทร์ว่า การผนวกดินแดนนั้น “ยอมรับไม่ได้ทั้งในเชิงศีลธรรม กฎหมาย และการเมือง”

ทรัมป์ยังกล่าวถึงการพูดคุยกับเนทันยาฮูและผู้นำตะวันออกกลางคนอื่น ๆ โดยระบุว่า “เราเข้าใกล้ข้อตกลงเรื่องกาซาและอาจรวมถึงสันติภาพ” ด้าน ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ซึ่งถูกสหรัฐฯ ขัดขวางไม่ให้เดินทางไปนิวยอร์กเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ด้วยตนเอง ได้กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้นำโลกเพื่อดำเนินการตามแผนสันติภาพสำหรับอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่ฝรั่งเศสประกาศไปเมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ นายอับบาสได้กล่าวขอบคุณหลายประเทศที่เพิ่งให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งนำโดยแคนาดา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และโปรตุเกส ตามมาด้วยฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก มอลตา โมนาโก ซานมารีโน อันดอร์รา และเดนมาร์ก ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างแรงกดดันให้กับสหรัฐฯ ที่ยังคงคัดค้านการรับรองปาเลสไตน์โดยให้เหตุผลว่าเป็นการให้รางวัลแก่กลุ่มฮามาส

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด อิสราเอลยังคงปิดเส้นทางเดียวระหว่างเขตเวสต์แบงก์และจอร์แดน ทำให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนไม่สามารถเดินทางออกสู่โลกภายนอกได้ การปิดพรมแดนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากทหารอิสราเอล 2 นายถูกยิงเสียชีวิตใกล้จุดผ่านแดนโดยมือปืนชาวจอร์แดนซึ่งถูกสังหารในที่เกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในกาซายังคงเลวร้าย โดยมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลไปแล้วอย่างน้อย 65,419 คน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิบัติการทางทหารที่อิสราเอลตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ที่มีผู้เสียชีวิต 1,200 คนและถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน

นอกจากนี้ รายงานของคณะกรรมการสอบสวนแห่งสหประชาชาติยังพบว่าอิสราเอลได้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในกาซา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้ปฏิเสธรายงานนี้ว่าเป็น “บิดเบือนและเป็นเท็จ” อย่างสิ้นเชิง.

ที่มา BBC

Leave a comment