
‘ลิณธิภรณ์’ซัด’ปชน.-ภท.’ หยุดโทษ’เพื่อไทย’ ชี้เสียงโหวตร่างพรบ.อากาศ 2 พรรคก็พอ
วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.14 น.
“ลิณธิภรณ์”ซัด”ปชน.-ภท.” หยุดโทษ”เพื่อไทย” ชี้เสียงโหวตร่าง พ.ร.บ.อากาศ 2 พรรคก็พอ เหมือนตอนโหวต”นายกฯหนู” แซะพรรคฝ่ายค้ำจนเบี้ยว ขออย่าโยนแพะ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ทวีตข้อความผ่าน X ถึงการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ระบุว่า พรรคฝ่ายค้ำ จะมาเอาอะไรกับเพื่อไทยกันแน่?
ในฐานะที่ดิฉัน เคยเป็นอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทยและเคยเป็น 1 ในวิปรัฐบาลเพื่อไทย ขออธิบายให้เห็นภาพหน่อยนะคะ กับการประชุมสภาที่ล่มและร่าง พรบ.อากาศสะอาดไม่ผ่านสภา เพราะทันทีที่กฎหมายไม่ผ่าน ก็รีบโวยเพื่อไทย ทั้งที่เมื่อครั้งตัวเองเป็นฝ่ายค้านยังประกาศหนักแน่นว่า “ไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายค้านที่จะต้องมารักษาองค์ประชุมและรัฐบาลมีหน้าที่หลักในการผ่านกฏหมาย” แต่พอไปเป็นฝ่ายค้ำรัฐบาล กลับด่ารัฐบาลไม่ลง
และในการประชุมสภา วันนี้พรรคเพื่อไทยก็อยู่เป็นองค์ประชุมและอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในกรรมาธิการ แต่ต่อให้ไม่นับเสียงพรรคเพื่อไทย รัฐบาลภูมิใจไทยก็ควรจะมีเสียงมากพอจะผ่านกฎหมายได้ด้วยตัวเอง (เช่นเดียวกับที่ไปโหวตนายกหนูของพรรคประชาชน) แต่พรรคประชาชนกับรัฐบาลภูมิใจไทย กับเลือกจะโทษเพื่อไทย
ร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระแรก ทุกพรรคการเมืองร่วมกันเสนอไม่ใช่แค่ของเพื่อไทย และเมื่อผ่านการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญแล้ว ที่ทุกพรรคมีส่วนร่วมถกเถียง ก็ถือเป็น “กฎหมายของสภาผู้แทนฯ” ที่ทุกพรรคต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่กฎหมายของเพื่อไทยฝ่ายเดียว
สุดท้าย พรรคประชาชนกับรัฐบาลภูมิใจไทยควรทบทวนบทบาทของตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเคยย้ำเองมาตลอดว่า การรักษาองค์ประชุมและการผลักดันกฎหมายเป็น “หน้าที่รัฐบาล” ไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายค้าน แต่พอวันนี้ค้ำรัฐบาลไม่ไหว กลับรีบโยนแพะให้เพื่อไทย ย้ำชัดๆ นะคะวันนี้ พรรคเพื่อไทจเป็น “ฝ่ายค้านมุ่งตรวจสอบ” ไม่ใช่ ฝ่ายค้ำ และใครกันแน่ที่ควรถูกตั้งคำถาม?ค้ำจนเบี้ยวแบบนี้ ใครกันแน่ที่ควรถูกตั้งคำถาม?
.jpg)