
ไขเหตุผลทำไมรัฐบาลต้องแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน
วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.07 น.
วันที่ 24 กันยายน 2568 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ความจำเป็นที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน” ระบุว่า
1.นายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงแบบระบบประธานาธิบดี แต่เกิดจากการเลือกตั้งทางอ้อม คือ ประชาชนเลือก ส.ส. → ส.ส. เสียงข้างมากเลือกนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อไม่เกิน 3 รายชื่อที่แจ้งต่อ กกต. ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. → นายกฯ จัดตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมา ดังนั้น จึงต้องมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้
1)เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
รัฐสภาและประชาชนจะได้รู้ทิศทางการบริหารประเทศตั้งแต่ต้น และสามารถติดตาม ตรวจสอบ หรือตั้งกระทู้ไม่ไว้วางใจได้ในอนาคต
2) เพราะนโยบายไม่ได้มาจากพรรคเดียวเสมอไป
หากเป็นรัฐบาลผสม ย่อมต้องผสมนโยบายจากหลายพรรค จึงจำเป็นต้องประกาศอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลจะใช้แนวทางใด
3) เพื่อผูกพันคณะรัฐมนตรีต่อสภาและประชาชน
นโยบายที่แถลงถือเป็น “คำมั่นสัญญา” ของรัฐบาล หากไม่ทำตาม หรือทำตรงข้าม สภามีสิทธิควบคุม ตรวจสอบ และดำเนินการทางการเมืองได้
การแถลงนโยบายจึงไม่ใช่แค่พิธีการ แต่คือหลักประกันประชาธิปไตย ที่ทำให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ประกาศไว้ต่อสาธารณะ
2. นโยบายของคณะรัฐมนตรีต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่เพื่อป้องกันมิให้คณะรัฐมนตรีจัดทำนโยบายในลักษณะ “ประชานิยม” โดยไม่คำนึงถึงที่มาแห่งรายได้ของรัฐที่จะนำมาใช้จ่าย (แต่ทางปฏิบัติก็ป้องกันไม่ได้)
3. ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดินคณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้ (มาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ 2560)