
จับตาความพ่ายแพ้ที่‘ศรีสะเกษ’ ส่งสัญญาณ‘เพื่อไทย’เลือดไหลไม่หยุด!?
วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.00 น.
จับตาความพ่ายแพ้ที่‘ศรีสะเกษ’ ส่งสัญญาณ‘เพื่อไทย’เลือดไหลไม่หยุด!?
29 กันยายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “เพื่อไทยแพ้เลือกตั้งซ่อม สอดคล้องผลโพล” ระบุว่า…
เพื่อไทยแพ้เลือกตั้งซ่อม สอดคล้องผลโพล
ผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5 จังหวัดศรีสะเกษ ปรากฏว่า นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย เอาชนะนางสาวภูริกา สมหมาย จากพรรคพรรคเพื่อไทย ไปจำนวน 8,000 กว่าคะแนน ถือว่ามากพอสมควร
ซึ่งผลการเลือกตั้งไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะมีการวิเคราะห์กันก่อนหน้านี้ว่า คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อีสานใต้ จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา มีคะแนนตกต่ำมาก ผลมาจากกรณีคลิปหลุด และเกิดปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหาย ทำให้ประชาชนในภาคอีสานไม่พอใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย จึงเป็นที่มาของกระแสนิยมพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานตกต่ำ จากเดิม 40 %กว่า ลดเหลือ 10%เศษ จนทำให้อดีตส.ส.หรืออดีตรัฐมนตรีลาออก ย้ายพรรคไป 2 ระลอก
ล่าสุดส.ส. อาวุโสอย่างสส.กุ่ย ชูวิทย์ พรพิทักษ์พัลลภ ก็ได้ลาออกอีกเช่นกัน ถ้าหากว่ายุบสภาแล้วก็สามารถย้ายพรรคกันได้ จะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนไม่น้อยจะย้ายพรรคกัน
มีการวิเคราะห์จากผลการสำรวจของนิด้าโพล ถึงการเมือง3ก๊ก คือพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย โดยคะแนนนิยมของพรรคประชาชนมีสูงถึง 33.08% พรรคเพื่อไทย 13.96% และพรรคภูมิใจไทย 13.24%
แต่ยังมีอีกก๊กหนึ่ง คือก๊กที่ประชาชนยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดสูงถึง 21.64% ถ้าหากว่าพรรคการเมืองใด สามารถครองใจกลุ่มที่ยังยังไม่ตัดสินใจได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ก็จะเป็นพวกก๊กที่ 4 ทำให้การเมืองในอนาคตอาจจะเป็นการเมืองก๊กที่ 4 ก็เป็นไปได้
แต่พรรคการเมืองที่ได้เปรียบมากที่สุด คะแนนนิยมยังยืนพื้นเป็นอันดับ1 นั่นก็คือพรรคประชาชน ที่มีคะแนนนิยมถึง 33.08% แต่ว่าเมื่อเทียบกับคะแนนนิยมของหัวหน้าพรรค คือคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ คะแนนนิยมอยู่ที่ 22.80% ต่ำกว่าคะแนนนิยมของพรรคถึง 10% จึงทำให้เห็นว่าคะแนนนิยมของหัวหน้าพรรคไม่สอดคล้องกับคะแนนนิยมของพรรค
การที่พรรคประชาชนตัดสินใจ จะใช้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบตามโควต้าทั้ง3คน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะลำพังคุณเท้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเพียงคนเดียว คะแนนนิยมอาจไม่สูงพอ แต่เมื่อมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก2คนเข้ามาประกบ ก็อาจทำให้คะแนนนิยมสูงใกล้เคียงกับคะแนนนิยมของพรรค ก็มีโอกาสเป็นไปได้
แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ผลจากการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5 ศรีสะเกษ จะเป็นการส่งสัญญาณถึงสส.พรรคเพื่อไทยปัจจุบัน อาจจะมีเลือดไหลออกจากพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น
ดังนั้นการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีมาตรการห้ามเลือดโดยคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จะส่งสัญญาณว่าสู้สู้นะคะ ก็ไม่มั่นใจว่า จะหยุดยั้งการไหลออกของส.ส.พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่
การเมืองในวันข้างหน้า นอกจากกระแสแล้ว ยังมีกระสุนเป็นปัจจัยสำคัญ และปัจจัยชี้ขาด ซึ่งแล้วแต่พรรคไหนจะใช้งัดกลยุทธ์ไหนออกมาสู้กัน ในสนามเลือกตั้งที่จะถึงอีก 4 เดือนข้างหน้า
