
‘นันทนา’ตกใจ! คำแถลงนโยบายมีเรื่องแก้ รธน.เพียง 3 บรรทัด
วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.45 น.
นโยบายสั้นดีเหมาะกับอายุ”รบ.” “นันทนา”ตกใจ!คำแถลงนโยบายมีเรื่องแก้ รธน.เพียง 3 บรรทัด ถามใช่”ภูมิใจไทย-สว.”หรือไม่ที่วอล์คเอาท์ไม่ร่วมถก จับตา”รมว.ยุติธรรม”สายตรงบุรีรัมย์ หวั่นทำนิติกรรมอำพรางพลิกคดี”เขากระโดง”จากดำเป็นขาว
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในการประชุม
โดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า คำแถลงนโยบายของรัฐบาลก็สั้นดี ดูเผินๆ เหมาะสมกับอายุของรัฐบาลเฉพาะกาลที่จะทำภารกิจสำคัญเพียงแค่การแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา แต่สิ่งที่น่าตกใจคือเอกสารฉบับนี้เขียนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไว้ 3 บรรทัด บอกเพียงว่าจะสนับสนุนการทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงก่อให้เกิดข้อกังขาว่ารัฐบาลมีเจตจำนงที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพียงใด ที่ผ่านมาใช่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ที่วอล์คเอาท์ในญัตติแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อต้นปีนี้ใช่ สว.เสียงข้างมากหรือไม่ที่วอล์คเอาท์ไม่แก้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
น.ส.นันทนา กล่าวว่า เพียงชั่วข้ามคืนที่ท่านลงนามใน MOA ท่านก็ยูเทิร์นเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ปกป้องมาโดยตลอด ต้องยกร่างใหม่ จึงสร้างข้อสงสัยในวิธีการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะมีการหมกเม็ดซ่อนเงื่อนจนในที่สุดเราจะได้รัฐธรรมนูญสีเดียวกันกับนโยบายของท่านหรือไม่ แทนที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขออย่าให้เป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแต่จะทำร้ายพรรคที่อุ้มสมมาเป็นรัฐบาล แต่ยังทำร้ายประชาชนทั้งประเทศด้วยรัฐธรรมนูญฉบับที่แย่กว่าเดิม ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนทั้งประเทศเป็นห่วงรัฐบาลชุดนี้คือ นิติธรรมที่ท่านยืนยันในนโยบายข้อ 9 ว่าจะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด จึงถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรในเมื่อ สส.อภิปรายเรื่องฮั้ว สว.เรื่องเขากระโดง พวกท่านก็แห่กันประท้วงจนอภิปรายต่อไม่ได้ก็เริ่มปิดหูปิดตาประชาชน
“ท่านจะกลัวอะไรนักหนาที่จะนำคดีความที่พวกท่านพัวพันอยู่ในกระบวนการมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ ประชาชนเขาจับตาดูอยู่ว่ารัฐมนตรียุติธรรมที่ได้ฉายาว่า “สายตรงบุรีรัมย์” จะมาพลิกผันคดีจากดำให้กลายเป็นขาว จากขาวให้กลายเป็นดำหรือไม่ จะย้ายอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจทำคดีนี้หรือไม่ หากจะหาหลักฐานเรื่องการก้าวก่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก็อาจจะเป็นเช่นเดียวกับการถามหาใบเสร็จในการทุจริต แต่ผลจากคดีจะเป็นคำตอบ หากคดีฮั้ว สว.พลิกผันที่ดินเขากระโดง ไม่ได้กลับเป็นของแผ่นดิน นี่คือนิติกรรมอำพรางอันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้ และนั่นย่อมไม่ใช่ Quick Win แต่จะเป็น Quick Loss ของรัฐบาลชุดนี้” น.ส.นันทนา กล่าว