
‘ศรีสุวรรณ’ยื่นปปช. จี้ไต่สวน‘ไชยชนก’ ไม่แจ้งความเอาผิด คนเสนอสินบน40ล.
วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
‘ศรีสุวรรณ’ยื่นปปช. จี้ไต่สวน‘ไชยชนก’ ไม่แจ้งความเอาผิด คนเสนอสินบน40ล.
“ศรีสุวรรณ” ยื่นป.ป.ช. จี้สอบ“ไชยชนก” ปมไม่แจ้งความเอาผิด คนเสนอสินบน 40 ล้านบาท ต่อเดือนแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนและชี้มูล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีที่นายไชยชนกเปิดเผยกลางรัฐสภาว่าถูกเสนอเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย แต่กลับไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสนอสินบนดังกล่าว
นายศรีสุวรรณ ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของนายไชยชนก ที่ทราบถึงการกระทำอันเป็นการให้สินบนเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29-30 กันยายน 2568 โดยในการอภิปรายชี้แจง นายไชยชนก ชิดชอบ ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงและกล่าวในตอนหนึ่งว่า ยังไม่ทันเข้าตำแหน่ง มีคนติดต่อมาหาผม ผ่านเพื่อนสมาชิก เสนอที่จะมอบเงินให้ผมเดือนละ 40 ล้าน เพื่อไม่ให้จับเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ ซึ่งคำกล่าวนี้ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่ากรณีนี้ถือได้ว่าการติดสินบนเจ้าหน้าที่ เป็นความผิดสำเร็จแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 นายไชยชนก ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและว่าที่รัฐมนตรีดีอีในขณะนั้น ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมต้องทราบข้อมูลว่าผู้ที่ติดต่อผ่านเพื่อนสมาชิกมาเสนอสินบนเป็นใคร แต่กลับไม่มีการดำเนินการ แจ้งความเอาผิดบุคคลดังกล่าว ตามครรลองของกฎหมายโดยทันที
สำหรับกรณีที่นายไชยชนก ชี้แจงว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงดีอี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดตามกฎหมายนั้น นายศรีสุวรรณ เห็นว่า การสั่งการเช่นนี้เป็นคนละเรื่องกัน เพราะปลัดกระทรวงดีอีเป็นเพียงข้าราชการประจำ และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรี จะไปล่วงรู้หรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเอาผิดบุคคลภายนอกที่ติดต่อผ่านเพื่อนสมาชิกของรัฐมนตรีมาได้อย่างไร โดยตั้งคำถามว่า การสั่งการลักษณะนี้เป็นการแก้เกี้ยว หรือมวยล้มต้มคนดูหรือไม่
นายศรีสุวรรณยังกล่าวว่าหากนายไชยชนกไม่เร่งแจ้งความและให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาด้วยตนเอง อาจเข้าข่ายเป็นการ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 ซึ่งหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกา โทษที่ได้รับอาจรุนแรงถึงขั้นถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดอีกในอนาคต