
‘หมอวรงค์’ฉะ‘เพื่อไทย’ลอกการบ้าน‘ไทยภักดี’ ยกแคมเปญ‘ยกเครื่องประเทศไทย’ 13 ข้อสอนมวย
วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.48 น.
‘หมอวรงค์’ฉะ‘เพื่อไทย’ลอกการบ้าน‘ไทยภักดี’ ยกแคมเปญ‘ยกเครื่องประเทศไทย’ 13 ข้อสอนมวย
4 ตุลาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่า…
“เพื่อไทยอย่าลอกการบ้านไทยภักดี”
ผมทราบข่าวพรรคเพื่อไทย เปิดตัวแคมเปญ “ยกเครื่องประเทศไทย” ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อในวันนี้( 4 ตุลาคม 2568) สิ่งที่ต้องถามไปยังพรรคเพื่อไทย พวกท่านมัวไปทำอะไรที่ไหน หรือมัววุ่นอยู่กับชั้น14 ท่านไม่ทราบจริงๆหรือว่า ไทยภักดี ได้เปิดแคมเปญ แบบ soft campaign “ยกเครื่องประเทศไทย” มาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาแล้ว
ผมได้แนบหลักฐานที่เราโพสต์ลงเพจพรรค มีพี่น้องมาแสดงความเห็น ประมาณ 1300 รายการ หลังจากนั้น เราจึงได้ทำแบนเนอร์ กระจายออกไปเป็นระยะ
ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยไปดูลิงค์ รวมทั้งสื่อเอาไปลง ตามลิงค์ที่ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยได้ทราบเป็นตัวอย่างว่า ท่านลอกการบ้านเรา “
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ได้แนบลิงค์ ตัวอย่างจากเวปข่าวสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวแคมเปญของพรรคไทยภักดี อาทิ
นพ.วรงค์ ระบุอีกว่า “เพื่อให้เพื่อไทยหูตาสว่างในสิ่งดีๆที่ พวกเราจะยกเครื่องประเทศไทย ผมขอสรุป แนวทางยกเครื่องประเทศไทย ให้อ่านคร่าวๆ ดังนี้
ประเทศไทยถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแบบ “ยกเครื่อง”
การเมืองที่ผ่านมาถูกสร้างวาทกรรมว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่าย อนุรักษ์นิยม แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏนักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างมุ่งแสวงหา ผลประโยชน์ส่วนตนและกลุ่มพรรคพวก ไม่เกี่ยวอะไรกับวาทกรรมดังกล่าวเลย
พรรคไทยภักดียืนหยัดต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด จนเป็นที่ประจักษ์ว่าทำงานมากกว่านักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังได้ระดมนักคิด นักวิชาการ ศึกษาปัญหาและหาทางออกของประเทศอย่างจริงจังตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา โดยทางออกนั้นจะต้องนำพาประเทศไปสู่การ “ยกเครื่อง” ครั้งใหญ่อย่างจริงจังและรอบด้านทั้งทาง เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ดังนโยบายที่ได้นำเสนอ ต่อไปนี้
๑ “ยกเครื่องการเมือง” แก้รธน. ที่มาของวุฒิสมาชิก ตามอุดมการณ์ราชประชาสมาสัยให้องคมนตรีคัดเลือกผู้แทนอาชีพ ๕๐๐ คน แล้วให้ประชาชนเลือกตรง เหลือ ๒๐๐ คน ตามเขตการเลือกตั้งทั้งประเทศ เพื่อให้สว.เป็นกลางทางการเมือง ปราศจากการครอบงำจากพรรคการเมือง
๒ “ยกเครื่องการเมือง” เพิ่มพระราชอำนาจในการยับยั้งกฎหมายที่เสียหายต่อชาติและเพื่อไม่ให้นักการเมืองชั่วทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ
๓ “ยกเครื่องเศรษฐกิจ” ประกันราคาข้าวเปลือกเจ้า ๑๐,๐๐๐บาท ต่อ ๑ ตัน ,ประกันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๕,๐๐๐บาท ต่อ ๑ ตัน โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน
๔ “ยกเครื่องตำรวจ” ให้โอนตำรวจไปสังกัดจังหวัด เลิกระบบชั้นยศ
๕ “ยกเครื่องการปราบทุจริต” แก้กฎหมายเพิ่มโทษ
– คดีทุจริตมูลค่าความเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป เป็นประหารชีวิต
– ในคดีทุจริตไม่สามารถขอพระราชอภัยโทษได้
– ประชาชนสามารถฟ้องร้องนักการเมืองทุจริตได้ตรง
๖ “ยกเครื่องการปราบทุจริต” ตำแหน่งใดที่กฎหมายกำหนดให้แจ้งบัญชีทรัพย์สินจะต้องแจ้งที่มาของรายได้ด้วย
๗ “ยกเครื่องการศึกษา” ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาไปสู่การคิดและวิเคราะห์ และ มุ่งเน้นสายอาชีพในสาขาที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง “เรียนเพื่อทำเป็นไม่ใช่เรียนเพื่อสอบ” และสร้างนักวิจัยให้เพียงพอกับการพัฒนา ลดบุคคลากร เพิ่มรายได้ครูให้สูงขึ้นและทุกระดับการศึกษาจะต้องมีหลักสูตรปลูกฝังสำนึกในการรักชาติ ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง
๘ “ยกเครื่องความมั่นคง” พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพอาวุธของกองทัพเอง โดยเพิ่มงบประมาณให้เพียงพอ เพิ่มหลักสูตรการรบด้วยเทคโนโลยีให้กับกำลังพล สร้างแนวรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง ๗๙๘ กม.
ให้โอกาสพลทหาร ไปสอบเป็นนักเรียนนายสิบ และให้โอกาสนักเรียนนายสิบ ไปสอบเป็นนักเรียนนายร้อย ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
๙ “ยกเครื่องการต่างประเทศ” สร้างความสมดุลนโยบายต่างประเทศกับมหาอำนาจทุกฝ่าย ยกเลิก MOU43 MOU44
๑๐ “ยกเครื่องปราบปรามยาเสพติด” จัดตั้งกองบังคับการอาสาสมัครปราบปรามยาเสพติด กำลังพล ๑๐,๐๐๐ นาย สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เฝ้าระวัง ปราบปราม และจับกุมยาเสพติด ตามแนวตะเข็บชายแดน ไม่ให้ทะลักเข้ามาในประเทศ
๑๑ “ยกเครื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว”
๑๒ “ยกเครื่องค่าไฟฟ้าประชาชน” ไฟฟ้าประชาชนไม่เกินหน่วยละ ๓ บาทภายใน ๔ ปี
๑๓ “ยกเครื่องการเมือง“ ตัดสวัสดิการสมาชิกรัฐสภา” (สส.และสว.) เลิกอาหารกลางวัน และยกเลิกบำนาญ
นพ.วรงค์ ระบุต่อว่า “บัดนี้ถึงเวลาแล้วพี่น้องประชาชนคนไทยผู้รักประเทศชาติและต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง จะได้เข้ามาร่วมการยกเครื่องประเทศกับพรรคไทยภักดี เพื่อเสนอตัวเองเป็นผู้แทนราษฎรเข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน
จึงขอเชิญชวน มาร่วมอุดมการณ์กับเราพรรคไทยภักดี
ท้ายนี้ขอเตือนไปยังพรรคเพื่อไทยว่า โปรดอย่าลอกการบ้าน หรือ เลียนแบบในยุทธศาสตร์ที่พรรคไทยภักดีทุ่มเทคิด เพื่อการ “ยกเครื่องประเทศไทย”