อะไรนะ! ‘ชลน่าน’ จี้ ‘รัฐสภา’ รับหลักการร่างแก้ รธน.ทั้งหมด ยึดร่างฯ ‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นหลัก

อะไรนะ!  ‘ชลน่าน’ จี้ ‘รัฐสภา’ รับหลักการร่างแก้ รธน.ทั้งหมด ยึดร่างฯ ‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นหลัก

อะไรนะ! ‘ชลน่าน’ จี้ ‘รัฐสภา’ รับหลักการร่างแก้ รธน.ทั้งหมด ยึดร่างฯ ‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นหลัก

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.53 น.

‘ชลน่าน’ จี้ ‘รัฐสภา’ รับหลักการร่างแก้รธน.ทั้งหมด ยึดร่างฯ ‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นหลัก ยันไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรธน.แน่นอน  แนะทำไทม์ไลน์ผ่านวาระ 3 ให้ชัดเจน หวั่นทำประชามติไม่ทันเลือกตั้ง ขู่จับตาที่มา ‘ส.ส.ร.’ หาก ‘กินรวบ-มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง’ เจอปลุกตั้งธงรณรงค์ปชม.คว่ำแน่

วันที่ 14 ตุลาคม 2558 เมื่อเวลา 19.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3ฉบับ ของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา156 เพิ่มหมวด15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยนพ.ชลน่านศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ประเด็นแรกในวาระนี้ เป็นวาระรับหลักการแห่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  ซึ่งประเด็นคือ หากรับหลักการจะรับรวมทั้ง 3 ร่าง หรือแยกไปทีละร่าง  โดยตามความเห็นของตนจากที่ฟังมาหลายท่านอภิปรายสนับสนุนพร้อมรับหลักการทั้ง 3 ร่าง  เห็นควรรับหลักการและรับรวม   โดยให้พิจารณาลงมติรวมเว้นแต่ให้สมาชิกมีความเห็นค้านและเสนอญัตติให้รับร่างแยก   

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีการตั้งข้อสงสัยว่าร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน สุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่อยากฟังเหตุผลประกอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ   โดยในนามของพรรคเพื่อไทย ที่มีความกังวลเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น   ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการยกร่าง เราเน้นความสำคัญตรงนี้  โดยเฉพาะในมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของ สสร.  เราให้ความสำคัญกับความเป็นสภา ยืนยันว่าไม่ได้มีการเลือกตั้งทางตรง  แต่เลือกผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร.  และให้สภาคัดเลือกต่อ ดังนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อรัฐสภาเป็นผู้เลือกเท่านั้น จึงไม่ให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโดยตรง

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ขณะที่ข้อห่วงใยอีกเรื่อง คือ ไม่บัญญัติข้อห้ามการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เอาไว้   เรื่องนี้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพืือไทย ได้อภิปรายในเหตุและผลไปแล้ว   โดยหากกำหนดชัดเจน   เหมือนร่างพรรคภูมิใจไทยนั้น  จะมีข้อขัดแย้งกันเองอยู่ในหมวดเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันเขียนไว้ชัดเจน   ว่าหากจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 และหมวด 2 เมื่อแก้ไขต้องไปทำประชามติ ความหมาย   คือ แก้ไขได้ แต่ต้องไปทำประชามติ  ดังนั้น หากเป็นข้อกังวลจริง ในชั้นคณะกรรมธิการ สามารถปรับแก้ได้ เพียงแค่บัญญัติเพิ่มเติมว่าให้นำบทบัญญัติหมวดหนึ่งหมวด 2 ในรัฐธรรมนูญปี 60 มาบัญญัติไว้ด้วย

นพ.ชลน่าน  กล่าวอีกว่า ที่กังวลว่าจะใช้ร่างไหน เป็นร่างหลักในการพิจารณา หากรับหลักการทุกร่าง โดยหากดูร่างของพรรคเพื่อไทย ที่คิดโดยพื้นฐานของความรอบคอบ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ความง่าย  ไม่เกิดข้อขัดแย้ง และทำได้จริง จึงเสนอว่าหากสมาชิกรัฐสภา ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา   และนำทั้งสองร่างมาผสมเข้าไป จะทำง่าย เพราะเนื้อหาครอบคลุม และที่เชื่อว่าร่างพรรคเพื่อไทยจะเป็นร่างหลักนั้น เราสะท้อนความเป็นเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และไม่ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ   ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งภาคพื้นพื้นที่ และมาจากทุกองค์กรที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน  เสนอตัวแทนเข้ามา ซึ่งรัฐสภาเป็นผู้เลือกร่างของพรรคเพื่อไทย เป็นร่างที่ยืนยันเจตนารมย์ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่การริเริ่มการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  

นพ.ชลน่าน  กล่าวว่า  สิ่งที่ร่างของพรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นองค์กรเป็นกลไกที่เข้าไปจัดทำรัฐธรรมนูญปี 40 ได้ดีที่สุด เพราะเขามีคณะอนุกรรมการกรรมาธิการต่าง ๆ เข้าไปรับฟังความเห็นในแต่ละสาขา และแต่ละประเด็นได้ครอบคลุม และกว้างขวางมาก

“ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักจะสะดวกต่อการพิจารณา โดยหากร่างรัฐธรรมนูญตกไป เรายังเปิดโอกาสในมาตรา 256 / 21 สมาชิกรัฐสภาสามารถเสนอญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก เช่น ส.ส.ร. ชุดเดิม ต้องไม่มาเป็น ส.ส.ร. อีก เป็นสิ่งที่เราพยายามเปิดช่องไว้ทั้งหมด” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงกระบวนการการพิจารณา จนถึงการทำประชามติ  ว่า หากสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการ ไม่ได้จัดทำผังเวลาไว้ โอกาสทำประชามติ ณ วันเลือกตั้งทั่วไป จะเป็นไปไม่ได้ โดยระบุว่า หากโหวตในวาระ 3 ทันในวันที่ 8 ธันวาคม และวันที่ 12ธ.ค.นี้ มีการเปิดประชุมสภาวิสามัญอีกครั้ง จะทำให้แก้ไขธรรมนูญได้ทัน  และเพื่อนำไปสู่การวางแผนการปฎิบัติงานไปตามวันเวลา และในวันนั้นรัฐสภาแห่งนี้ต้องเสนอการทำประชามติ ให้ครม. ไปทำประชามติคำถามที่ 1 ไปพร้อมกับคำถามที่ 2 โดยรัฐสภา ต้องร้องขอ ส่งไปให้ ครม. ในวันที่ 12ธ.ค.68 ซึ่งต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ จึงอยากให้บันทึกไว้เพื่อจัดทำระยะเวลาไว้ มิเช่นนั้น จะทำประชามติในวันเลือกตั้งไม่ได้

“ขอให้รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จ และการแก้ไขจะจริงจังหรือไม่ ฝากคณะกรรมาธิการ ไปต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ที่จะสะท้อน และบอกถึงความมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด และหลีกเลี่ยง ส.ส.ร. ที่มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือมาจากพวกใดพวกหนึ่ง ที่หวังจะกินรวบทั่วประเทศ เราต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุดใน กมธ. และฝากไปยังประชาชน ต้องติดตามเรื่องนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ได้ ส.ส.ร. มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเข้าข่ายที่จะกินรวบ เราต้องต่อสู้ในนามพี่น้องประชาชน เพื่อให้ข้อมูล และหากไม่สำเร็จ ตั้งธงรณรงค์บอกกับประชาชนว่าประชามติเราจะไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ลง” นพ.ชลน่านกล่าว

Leave a comment