
คณะเยาวชนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 45 เรียนรู้แนวคิด Rapartment Store พร้อมต่อยอดธุรกิจในพื้นที่ภูมิลำเนา จุดประกายพลังเยาวชนเพื่อการพัฒนาชุมชน
วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.
คณะเยาวชน โครงการ “ สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 45 จากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 320 คน ได้แก่ จังหวัดปัตตานี นราธิวาส สตูล ยะลา และสงขลาเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ศึกษาแนวทางขับเคลื่อนชุมชน ผ่านนิทรรศการแห่งความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง ภายในงานน้องๆ ได้พบกับนิทรรศการความยั่งยืนจากหน่วยงานชั้นนำของประเทศ พร้อมเรียนรู้แนวทางการดำเนินการ Repartment Store เพื่อสร้างคุณค่าให้กับ “สิ่งของของนอกสายตา” เพื่อส่งต่อสิ่งของที่เราไม่ได้ใช้แล้ว ส่งต่อผู้ที่ยังต้องการสิ่งของนั้น ทำให้เกิดระบบหมุนเวียนทรัพยากรที่ทรงคุณค่าก่อให้ประโยชน์กับทุกคนทั้งผู้ให้และผู้รับซึ่งสามารถนำของเหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้และยังเป็นการลดปริมาณของเหลือทิ้งให้กับโลก อีกทั้งยังได้รับความรู้ ประสบการณ์และการสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจจากนักศึกษา โครงการ Beta Young Entrepreneur มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ได้มาแบ่งปันเรื่องราวการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งในระหว่างทางมีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดจนสามารถนำมาเป็นอาชีพได้ เพื่อประโยชน์ให้น้องๆ นำกลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืนต่อไป
ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นดำริของท่านพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ โครงการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะนำเยาวชน อายุ 15-19 ปี มาเรียนรู้เรื่องพหุวัฒนธรรมให้มาได้ทัศนศึกษาได้มาเข้าค่าย ได้ประสบการณ์ทักษะการอยู่ร่วมกันของคนที่ต่างศาสนาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่สา มารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น นับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ เขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และคอยเกื้อกูลสนับสนุนกันได้อย่างดี ซึ่งจะเป็นประสบการณ์นำกลับไปพัฒนาภูมิลำเนาของเขา วัตถุประสงค์ของการที่นำพาน้องๆ มาเรียนรู้ในงาน SX2025 จะได้รับประ โยชน์มาก เพราะเรื่องความยั่งยืน เป็นเรื่องของการที่จะให้เรียนรู้ว่า ทำอย่างไรที่จะรู้จักเรื่องของความพอเพียง ทำอย่างไรที่จะรู้ว่า สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานั้นสามารถที่จะทำอย่างไรในการช่วยกันดูแล เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีความสมดุล ยั่งยืน ก่อให้เกิดความรู้ เกิดความตระหนักในเรื่องของการที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ในทุกมิติ กิจกรรมมีการบรรยายจากนักศึกษา โครงการ Beta Young ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆ เกี่ยวกับการทำมาค้าขาย ซึ่งเด็กก็ได้รับความรู้และนำไปต่อยอด รวมถึงเรื่องของ Repartment Store ซึ่งในปีที่ผ่านมาน้องๆ ในโครง การได้นำความรู้และแนวคิดของตนเองไปดำเนินการที่โรงเรียน โดยเด็กๆ ได้ไปรวมตัวกันทำกิจกรรมและประสบความสำเร็จ พวกเราก็ส่งของที่เราไม่ได้ใช้แล้วไปให้ พวกเขาก็ไปดำเนินการตามหลักการ Repartment Store ได้เงินกลับมาก็เอาไปซื้อพวกสิ่งของ เช่น ผ้าอ้อม ไปให้ผู้ป่วยติดเตียง ดำเนินกิจการสาธารณประโยชน์ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นเด็กที่นับถือพุทธ นับถือคริสต์ นับถืออิสลามก็ทำด้วยกัน อันนี้คือเป็นสิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้ได้นำความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ สิ่งสำคัญได้ทำงานร่วมกันไม่มีความรู้สึกแตกแยก”
คราวนี้เรามาฟังเสียงของน้องๆ จากปักษ์ใต้ในการเยี่ยมชมงานฯ ครั้งนี้ อัลมาติน เหมเภอ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การเดินทางครั้งนี้พวกเราเหนื่อยมากคะ แต่ด้วยโอกาสที่ได้รับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก มาดูงานทำให้เราเห็นโลกทัศน์ เรากล้าที่จะแสดงออก กล้าถาม เจาะลึกและได้คำตอบที่เป็นประโยชน์มากได้ความรู้และประสบการณ์ที่ดี กลับไปใต้น้องก็จะนำความรู้ไปต่อยอดกับครอบครัวและชุม ชนที่น้องอยู่ โดยเฉพาะการนำของที่ไม่ใช้แล้วไปต่อยอดในทางสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ เช่น เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่นที่ไม่ใช้แล้วนำไปขายเป็นของมือสอง หรือบริจาคให้กับส่วนอื่นๆ เป็นการลดสิ่งของในบ้านสร้างความเป็นระเบียบให้กับครอบครัวอีกด้วย”
ด้านแนวคิดของหนุ่มใต้ วรัญญู ขวัญจุล โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้แนวคิดจาก ศยามล หมุกแก้ว Beta Young Entrepreneur รุ่นที่12 ปี 3 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟในมหาวิท ยาลัยในขณะที่เรียนอยู่ “ต้องขอบคุณพี่ศยามลที่มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมในเรื่องการทำธุรกิจขายกาแฟ ให้คำแนะนำดีมาก พูดถึงจุดเริ่มต้น อุปสรรค การปรับตัวในการทำธุรกิจ การทำบัญชี การพัฒนาสูตร ทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์ รู้สึกตรงใจมาก คิดว่าหากทำขายที่บ้านน่าจะขายดีเพราะทางใต้จะชอบกินกาแฟมาก คงเริ่มจากเปิดเป็นร้านเล็กๆ ขายในราคาไม่แพง คงจะช่วยกันทำในครอบครัว อีกอย่างผงกาแฟรสชาติอร่อยๆ ก็หาได้ไม่ยากในปัตตานี อยากให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มและอยากมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองครับ” คำกล่าวหนุ่มใต้ที่เต็มไปด้วยพลัง
ปัจจุบันเยาวชนที่ผ่านโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” มีจำนวนกว่าหมื่นคน กระจายอยู่ตามสาขาอาชีพต่างๆ ในพื้นที่ทั้งในภาครัฐและภาคเอก ชน และได้จัดตั้งเป็นสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ ทำกิจกรรมร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่แสดงถึงการพัฒนา การสร้างเครือข่าย ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”









