เพื่อไทยโวย! มติอนุทิน เลิกสถานะกีฬา โป๊กเกอร์ ชี้ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจ เชิงท่องเที่ยวใหม่

เพื่อไทยโวย! มติอนุทิน เลิกสถานะกีฬา โป๊กเกอร์ ชี้ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจ เชิงท่องเที่ยวใหม่

เพื่อไทยโวย! มติอนุทิน เลิกสถานะกีฬา โป๊กเกอร์ ชี้ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจ เชิงท่องเที่ยวใหม่

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

พท.ซัดมติ “อนุทิน” ยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ ทั้งที่สร้างรายได้กว่า 1,400 ล้าน/อีเวนต์ ชี้ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่ ถามกลับทำเพื่อประเทศหรือตอบสนองทางการเมือง

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย มีมติยกเลิกสถานะกีฬาของการแข่งขันโป๊กเกอร์ แล้วนำกลับไปอยู่ในหมวดการพนันว่า เป็นการตัดสินใจที่ขัดต่อกระแสโลกและแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยว นี่คือการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อผลประโยชน์ของประเทศกันแน่

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาเชิงสมองนานาชาติ (IMSA) ได้รับรองให้โป๊กเกอร์เป็น “กีฬาเชิงสมอง (Mind Sport)” ตั้งแต่ปี 2024 เพราะต้องอาศัยทักษะคิดวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ และความอดทนทางจิตใจ อีกทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (SAT) ก็มีมติในเดือนกรกฎาคม 2025 รับรองให้โป๊กเกอร์และแฟลกฟุตบอลเป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ โดยมีข้อกำหนดห้ามเล่นพนันบนโต๊ะแข่งขันอยู่แล้ว จึงไม่อาจอ้างเหตุผลเรื่องการพนันได้

นายสรวงศ์ กล่าวว่า โป๊กเกอร์ในระดับสากลปัจจุบันมีสมาชิกสหพันธ์กว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีนักกีฬากว่า 450,000 คน และฐานผู้เล่นกว่า 100 ล้านคน หากไทยใช้โอกาสนี้จัด “Poker Tour Festival” ปีละครั้ง จะสามารถสร้างรายได้มหาศาล เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมด้านโรงแรม ศูนย์ประชุม และสนามบินนานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เคยประเมินว่านักท่องเที่ยวที่มาร่วมทัวร์นาเมนต์ 1 คน ใช้จ่ายเฉลี่ย 20,000 บาทต่อวัน อยู่เฉลี่ย 7–14 วัน หากดึงผู้เข้าร่วมได้ 10,000 คน จะสร้างรายได้รวมกว่า 1,400 ล้านบาทต่ออีเวนต์

นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า โป๊กเกอร์ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นกีฬาเชิงกลยุทธ์ (Strategic Sport) ที่หลายประเทศใช้ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง การตัดสินใจของรัฐบาลอนุทินจึงสะท้อนภาพการเมืองนำเศรษฐกิจมากกว่าการพัฒนาประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเร่งตีกรอบโป๊กเกอร์เป็นการพนันโดยอ้างผลกระทบต่อประชาชน กลับละเลยผลเสียจากนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งงานวิจัยของ Arizona State University (2025) พบสารพิษตกค้างในกัญชาที่ถูกยึด เช่น Mycotoxins และ Diacetoxyscirpenol ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งที่สหรัฐฯ มีมาตรฐานตรวจสารปนเปื้อนกว่า 30 รายการก่อนจำหน่าย แต่รัฐบาลไทยกลับไม่จัดตั้งระบบตรวจ “Certificate of Analysis (COA)” สำหรับกัญชาในท้องตลาดเลย

“ทำไมรัฐบาลถึงกล้าปล่อยสารเสพติดเชิงธุรกิจ โดยไม่สร้างมาตรฐานความปลอดภัย แต่กลับปิดกั้นกีฬาเชิงท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ การตัดสินใจนี้อาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวใหม่ (New Sport Tourism Economy) ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อครั้ง และเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในสมรภูมิการแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวรายได้สูง“ นายสรวงศ์ กล่าว

Leave a comment