ปรับราคา’สายสีเขียว’ ‘สงคราม’กระทุ้งรัฐ อย่าโยนภาระขาดทุนให้คนไทยแบกรับ

ปรับราคา'สายสีเขียว' 'สงคราม'กระทุ้งรัฐ อย่าโยนภาระขาดทุนให้คนไทยแบกรับ

ปรับราคา’สายสีเขียว’ ‘สงคราม’กระทุ้งรัฐ อย่าโยนภาระขาดทุนให้คนไทยแบกรับ

วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.48 น.

“สงคราม”แนะ”พิพัฒน์”เร่งแก้ปัญหาระบบราง ชี้ปรับราคารถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทบ 22 ล้านคนต่อปี อย่าโยนภาระขาดทุนให้คนไทยแบกรับแทน

เมื่อวันทึ่ 27 ตุลาคม 2568 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นราคาการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 3 ช่วง ได้แก่ หมอชิต-คูคต , บางจาก-สมุทรปราการ และโพธิ์นิมิตร-บางหว้า รวม 36 สถานี ระยะทาง 44 กิโลเมตร เตรียมปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารโดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป โดยเปลี่ยนจากอัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย มาเป็นค่าโดยสารตามระยะทาง สำหรับอัตราใหม่โดยปรับราคาเริ่มต้นที่ 17 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางไม่เกิน 45 บาทว่า น่าประหลาดเพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว การลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ การที่รัฐบาลเลือกที่จะผลักภาระให้ประชาชนจึงไม่ถูกต้อง

นายสงคราม กล่าวว่า แม้รัฐจะอ้างว่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและใช้งบประมาณสนับสนุนชดเชยส่วนต่างปีละกว่า 6,000 ล้านบาท รัฐบาลสามารถนำงบกลางของรัฐบาลมาชดเชยได้ ไม่ควรจะผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน การดูแลประชาชนคือหัวใจของทุกรัฐบาล ควรคิดถึงประชาชนมากกว่าคำนึงถึงกำไรขาดทุนของรถไฟฟ้า ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง รายงานว่า ปริมาณผู้โดยสารระบบรางทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดเดือน ส.ค.มีผู้ใช้บริการระบบรางทุกสายรวม 47,689,061 คน – เที่ยว และอันดับ 1 ยังคงเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว 22,721,130 คน – เที่ยว โดยใน 1 วัน มีผู้ใช้บริการถึง 530,402 คน – เที่ยว ดังนั้น การที่รัฐเลือกให้ประชาชนมากกว่า 22 ล้านคน มารับผิดชอบผลกำไรขาดทุน จึงเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง

นายสงคราม กล่าวอีกว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการขนส่งทางรางทั่วประเทศ ควรที่จะหามาตรการแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่าการผลักภาระขาดทุนให้ประชาชนแบกรับแทน ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง การดำเนินการดังกล่าวสวนทางกับความเป็นจริง เมื่อรัฐต้องการแก้ปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ แต่แนวคิดนี้จะส่งผลให้การปัญหาการจราจรล้มเหลว รัฐบาลต้องเร่งแก้ แม้สายสีเขียวจะบริหารโดย กทม.แต่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งหาทางออกเพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่าโยนภาระให้ประชาชนเพิ่มอีกเลย

Leave a comment