เผยรายละเอียด สหรัฐฯ-ไทย บรรลุ “กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน” ไทยยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ 99%

เผยรายละเอียด สหรัฐฯ-ไทย บรรลุ "กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน" ไทยยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ 99%

28 ต.ค. 2568 16:17 น.

เผยรายละเอียด สหรัฐฯ-ไทย บรรลุ “กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน” ไทยยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ 99%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศบรรลุกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Framework for an Agreement on Reciprocal Trade) กับประเทศไทย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรของสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดไทยได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยไทยจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 99% ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ มุ่งลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าสหรัฐฯ พร้อมกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยืนยันมูลค่าการค้าที่จะเกิดขึ้นรวมกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศข้อตกลงการค้ากับราชอาณาจักรไทย โดยเน้นย้ำถึงการมอบสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงตลาดในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับชาวอเมริกัน ข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี และสนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

สาระสำคัญของข้อตกลง:

  • ภาษีศุลกากร: ไทยจะยกเลิกภาษีนำเข้าใน 99% ของสินค้าทั้งหมด ครอบคลุมสินค้าอุตสาหกรรม เกษตรและอาหารจากสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ จะคงอัตราภาษีตอบแทน 19% สำหรับสินค้านำเข้าจากไทย และจะพิจารณาปรับเป็น 0% สำหรับสินค้าบางรายการที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายคำสั่งฝ่ายบริหารเลขที่ 14346
  • ลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม: ไทยตกลงรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ตามกฎหมายสหรัฐฯ, ยอมรับใบรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) สำหรับเครื่องมือแพทย์และยา, อนุญาตนำเข้าเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง, ปรับปรุงกฎหมายศุลกากรเพื่อลดการให้รางวัลจากค่าปรับ และดำเนินการตามแนวทางกำกับดูแลที่โปร่งใส
  • เปิดตลาดสินค้าเกษตรสหรัฐฯ: ไทยจะเร่งอนุมัติการนำเข้าเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกจากโรงงานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSIS), แก้ไขเงื่อนไขกีดกันทางเทคนิคสำหรับสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพดอบแห้ง และยอมรับใบรับรองสินค้าจากหน่วยงานสหรัฐฯ
  • ยกเลิกอุปสรรคด้านการค้าและบริการดิจิทัล: ไทยจะไม่จัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลหรือมาตรการเลือกปฏิบัติต่อแพลตฟอร์มสหรัฐฯ, อนุญาตให้มีการโอนข้อมูลข้ามพรมแดนอย่างเสรี, สนับสนุนการงดเก็บภาษีศุลกากรจากการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO), ยกเลิกข้อบังคับประมวลผลธุรกรรมบัตรเดบิตภายในประเทศ และผ่อนคลายข้อจำกัดการถือหุ้นต่างชาติในธุรกิจโทรคมนาคม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา: ไทยให้คำมั่นแก้ไขปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และการละเมิดสิทธิบัตร รวมถึงจัดการกับองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์เถื่อน และความล่าช้าในการจดสิทธิบัตร พร้อมร่วมกำหนดกรอบการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: ทั้งสองประเทศจะร่วมมือสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี และร่วมดำเนินมาตรการควบคุมการส่งออกและการลงทุนในสาขายุทธศาสตร์
  • สิทธิแรงงานและสิ่งแวดล้อม: ไทยจะปรับปรุงกฎหมายแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ส่งเสริมสิทธิการรวมตัวและการเจรจาต่อรองของแรงงาน รวมทั้งเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายในภาคส่วนที่มีความเสี่ยงต่อแรงงานบังคับและแรงงานเด็ก พร้อมรักษามาตรฐานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ดีลการค้าขนาดใหญ่: สหรัฐฯ และไทยเตรียมลงนามข้อตกลงทางพาณิชย์ระหว่างบริษัทเอกชนในภาคเกษตร พลังงาน และการบิน มูลค่ารวมกว่า 26,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    • สินค้าเกษตร (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และธัญพืชแห้ง) มูลค่าราว 2.6 พันล้านดอลลาร์/ปี
    • พลังงาน (ก๊าซธรรมชาติเหลว น้ำมันดิบ และอีเทน) มูลค่าราว 5.4 พันล้านดอลลาร์/ปี
    • จัดซื้อเครื่องบินจากสหรัฐฯ จำนวน 80 ลำ มูลค่ารวม 18.8 พันล้านดอลลาร์

แนวทางข้างหน้า: สหรัฐฯ และไทยจะเร่งเจรจาเพื่อสรุปและลงนามข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของสหรัฐฯ ลดการขาดดุลการค้ากับไทย และขยายโอกาสให้เกษตรกร ผู้ผลิต และธุรกิจขนาดกลาง–ขนาดย่อมของอเมริกา

ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “America First” ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าไม่เป็นธรรม และฟื้นฟูสมดุลทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศพันธมิตร โดยไทยถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักที่สหรัฐฯ ต้องการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้ามากเป็นอันดับที่ 11 ซึ่งมีมูลค่ารวม 45 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024.

ที่มา The Office of the United States Trade Representative

Leave a comment