วันแรก 7 ร้อยกว่าล้าน! ‘นายกฯ’ปลื้มกระแสโครงการ’คนละครึ่งพลัส’คึกคัก

วันแรก 7 ร้อยกว่าล้าน! 'นายกฯ'ปลื้มกระแสโครงการ'คนละครึ่งพลัส'คึกคัก

วันแรก 7 ร้อยกว่าล้าน! ‘นายกฯ’ปลื้มกระแสโครงการ’คนละครึ่งพลัส’คึกคัก

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.40 น.

“นายกฯ”ปลื้มกระแสโครงการ”คนละครึ่งพลัส”คึกคัก วันแรกสร้างยอดใช้จ่ายรวมกว่า 752.25 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปลื้มกระแสโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้รับการตอบรับจากประชาชนและร้านค้าเป็นอย่างดี โดยข้อมูลการใช้จ่ายวันแรก (29 ตุลาคม 2568) ณ เวลา 15.00 น.มีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส สำเร็จแล้ว 3.60 ล้านราย ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 752.25 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 379.44 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 372.80 ล้านบาท ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.ผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท

“วันนี้สถานการณ์การใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่เวลา 06.00 น.หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยมีประชาชนออกมาใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายกรัฐมนตรีรับทราบรายงาน พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลจะเดินหน้าทำโครงการฯ เฟส 2 อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามกลโกงร้านค้าที่โฆษณาเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ ให้นำวงเงินตามสิทธิมาแลกเป็นเงินสด ให้ดำเนินการจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” นายสิริพงศ์ กล่าว

รัฐบาลย้ำเตือนประชาชนและร้านค้าห้ามซื้อขายสิทธิหรือใช้สิทธิโครงการ โดยไม่มีการซื้อขายจริง และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนให้แลกวงเงินสิทธิโครงการฯ เป็นเงินสด เนื่องจากเป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ทั้งนี้ หากมีการแลกวงเงินสิทธิโครงการฯ เป็นเงินสดสำเร็จ จะถือเป็นความผิดทางอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกง ทั้งผู้แลกและผู้รับแลก (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ตลอดจนต้องคืนเงินให้แก่รัฐบาลทั้งจำนวนที่เคยได้รับไป รวมถึงอาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐบาลอีกด้วย

Leave a comment