ไต้หวันไม่ต้องการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ปธน.ไล่ ชิง-เต๋อ ลั่นต้องปกป้องตนเอง

ไต้หวันไม่ต้องการ  "หนึ่งประเทศ สองระบบ"  ปธน.ไล่ ชิง-เต๋อ ลั่นต้องปกป้องตนเอง

31 ต.ค. 2568 11:57 น.

ไต้หวันไม่ต้องการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ปธน.ไล่ ชิง-เต๋อ ลั่นต้องปกป้องตนเอง

ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ แห่งไต้หวัน ออกมาปฏิเสธความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของจีน โดยยืนยันว่าไต้หวันจะไม่ยอมรับหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” แต่จะยึดมั่นในประชาธิปไตยและพร้อมที่จะปกป้องตนเอง คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจีนใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวยิ่งขึ้น โดยระบุว่าจะ “ไม่ตัดโอกาส” ในการใช้กำลังต่อไต้หวัน

ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ซึ่งถูกจีนมองว่าเป็น “ผู้แบ่งแยกดินแดน” ได้กล่าวต่อทหารที่ฐานทัพในเมืองหูโข่ว ทางตอนเหนือของไต้หวัน วันนี้ (31 ต.ค.) โดยย้ำว่า “มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริงได้”

ประธานาธิบดีไล่กล่าวอย่างชัดเจนว่า “เรา ปฏิเสธ ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ เพราะเราจะยึดมั่นในระบบรัฐธรรมนูญที่เป็นเสรีและประชาธิปไตยของเราตลอดไป” เขาเสริมว่า “การยอมรับข้อเรียกร้องของผู้รุกรานและการละทิ้งอธิปไตยไม่สามารถนำมาซึ่งสันติภาพได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เราต้องธำรงไว้ซึ่งสถานะที่เป็นอยู่ด้วยศักดิ์ศรีและความมุ่งมั่น ต่อต้านการผนวกดินแดน การรุกราน และการผลักดันให้เกิดการรวมชาติโดยใช้กำลัง”

นายไล่เน้นย้ำว่า สาธารณรัฐจีน (ชื่ออย่างเป็นทางการของไต้หวัน) และสาธารณรัฐประชาชนจีน นั้น “ไม่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของกันและกัน” และชะตากรรมของไต้หวันจะถูกตัดสินโดยประชาชนเท่านั้น

จนถึงขณะนี้ ไม่มีพรรคการเมืองใหญ่ใดในไต้หวันที่สนับสนุนแนวคิด “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีน

ประธานาธิบดีไล่กล่าวว่า “การที่ชาวไต้หวันปกป้องอธิปไตยและรักษาการดำเนินชีวิตแบบประชาธิปไตยและเสรีภาพ ไม่ควรถือเป็นการยั่วยุ การลงทุนในด้านการป้องกันประเทศคือการลงทุนในสันติภาพ” นายไล่ได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมให้เป็น 5% ของจีดีพี ภายในปี 2030 เพื่อเสริมสร้างการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน

ผู้นำไต้หวันเข้าร่วมพิธีการรับมอบ รถถัง M1A2T Abrams ชุดแรกของกองทัพไต้หวัน ซึ่งผลิตโดยบริษัท General Dynamics Land Systems ของสหรัฐฯ โดยไต้หวันได้รับมอบรถถังแล้ว 80 คัน จากที่สั่งซื้อทั้งหมด 108 คัน

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถือเป็นผู้สนับสนุนและซัพพลายเออร์อาวุธรายสำคัญที่สุดของไต้หวัน แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยกฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้ต้องจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันสามารถป้องกันตนเองได้

ในวันเดียวกันนั้น นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้พบกับ นายตง จุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยเน้นย้ำถึงความกังวลของสหรัฐฯ ต่อกิจกรรมของจีนทั้งในพื้นที่รอบไต้หวันและในทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาท.

Leave a comment