
‘เทพไท’แนะ‘อนุทิน’เดินเกมดึง‘ทรัมป์’เป็นพวก ชิงความได้เปรียบศึกไทย-กัมพูชา
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.50 น.
‘เทพไท’แนะ‘อนุทิน’เดินเกมดึง‘ทรัมป์’เป็นพวก ชิงความได้เปรียบศึกไทย-กัมพูชา
13 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “แนะอนุทิน ดึง โดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นพวก” ระบุว่า…
แนะอนุทิน ดึง โดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นพวก
จากกรณีเหตุการณ์ทหารไทย 4 นาย เหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาร้อนแรงขึ้นทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงท่าทีจุดยืนต่อเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน อย่างน้อยเพื่อให้ประชาชนคนไทย ซึ่งมีความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจัง และแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชาไม่ได้ดั่งใจคนไทย
ทำให้เห็นท่าทีของนายอนุทินในลักษณะขึงขัง ประกาศชัดเจนว่า จะระงับ ยุติหรือยกเลิกปฏิญญาสันติภาพ ระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ลงนามกัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นสักขีพยาน
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเห็นว่านายอนุทินควรจะเดินเกมการเมือง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อศาลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับสถานการณ์ในประเทศ นายอนุทินต้องแสดงบทบาทขึงขัง เอาจริงเอาจัง ประกาศสู้รบกับประเทศกัมพูชา อย่างชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน การเร่งประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. และออกมาตรการให้ยุติปฏิญญาสันติภาพ ไว้ก่อน และเปิดโอกาสให้ฝ่ายกองทัพ ฝ่ายทหารตัดสินใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ก็ถือว่าได้ใจประชาชนในระดับหนึ่ง
การลงพื้นที่ไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บ ไปร้องเพลงชาติที่ภูมะเขือ ไปเยี่ยมเยียนประชาชน ก็ถือว่าเป็นการทำงานเชิงรุก เมื่อนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ก็ถือว่าได้คะแนนจากประชาชน อย่างน้อยก็จะทำให้เห็นว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนให้กองทัพตอบโต้ และดำเนินการต่อทหารกัมพูชาที่มารุกรานประเทศไทย และพร้อมจะดำเนินการทันที ถ้าหากมีการวางระเบิด และทำให้ทหารไทยประสบเหตุบาดเจ็บขึ้นมาอีก กองทัพก็พร้อมที่จะตอบโต้ เพราะถือว่าเตรียมพร้อม
การนายอนุทินส่งสัญญาณว่า ได้เตรียมพร้อมให้ทหารพร้อมที่จะสู้กัน ก็ถือว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อมให้ประชาชนเห็น
ส่วนการเดินเกมในต่างประเทศ ซึ่งควรจะควบคู่กันไปกับการเดินเกมการเมืองในประเทศของรัฐบาล การเดินเกมในต่างประเทศ นายอนุทินควรส่งสัญญาณไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานอาเซียน ในฐานะสักขีพยานการลงนาม ให้รับผิดชอบ ต่อกรณีการละเมิดปฏิญญาสันติภาพของประเทศกัมพูชา สร้างความเสียหาย เสียเครดิตของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ และนายอันวาร์อย่างปฏิเสธไม่ได้
ต้องประโคมข่าวให้สังคมโลกหรือประชาคมโลกรับรู้ว่า ประเทศกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน เป็นฝ่ายเกเร เป็นฝ่ายละเมิดปฏิญญาสันติภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้สมเด็จ ฮุน เซน และนายฮุน มาเนต ได้เคลื่อนไหวบิดเบือนข้อเท็จจริงของไทยต่อประชาคมโลก รัฐบาลไทยต้องเดินเกมทางการฑูตกับนานาชาติ ในประชาคมโลก ให้มีความชอบธรรม และเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ต้องพยามสร้างภาพ หรือเปิดโปงข้อเท็จจริงให้ประชาคมโลกเห็นว่า ประเทศกัมพูชาคือผู้ร้าย คือผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพ ที่เซ็นเอาไว้เป็นการละเมิด
แม้ว่านายอนุทินจะกล่าวตัดบทไม่รายงานการละเมิดปฏิญญาสันติภาพต่อโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอันวาร์ โดยข้ออ้างประเทศไทยเป็นอธิปไตย ไม่ต้องรายงานใคร
ผมคิดว่าเป็นการหลงประเด็น เป็นการคิดผิด ถ้าหากเราไม่เอาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอันวาร์ มาเป็นพวก เพราะโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ใช่บุคคลธรรมดา เป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจ ถ้าเราสามารถให้มาอยู่ฝ่ายเราได้ อย่างน้อยก็เป็นแบ็คอัพที่สำคัญ
เราไม่ควรหลงใหลกับวาทกรรมที่บอกว่า เราเป็นอธิปไตย ไม่ง้อใคร ไม่อยู่ภายใต้ประเทศใด แต่การเดินเกมทางการเมืองทางการทูต ต้องใช้ความระมัดระวัง และยึดประโยชน์ของประเทศชาติให้มากที่สุด
จึงเสนอให้นายอนุทินเดินเกมการเมือง ให้ได้เปรียบทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ จะดีที่สุด
.jpg)