เคาะแล้ว!ปลดล็อกขายเหล้า-เบียร์ ช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น/ประเมินผล 6 เดือน

เคาะแล้ว!ปลดล็อกขายเหล้า-เบียร์ ช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น/ประเมินผล 6 เดือน

เคาะแล้ว!ปลดล็อกขายเหล้า-เบียร์ ช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น/ประเมินผล 6 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.50 น.

“รมว.สธ.”เผย”คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”เคาะแล้ว ปลดล็อกขายเหล้า-เบียร์ ช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น / ประเมินผล 6 เดือน พร้อมไฟเขียวหลังเที่ยงคืนนั่งดริ้งต่อ 1 ชม.ไม่มีกำหนดกรอบ คาดเริ่มต้น ธ.ค.ยันรัฐบาลคำนึงกระตุ้นศก.ควบคู่สุขภาพ

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยใช้เวลาการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง

ต่อมา นายพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ตัวแทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอ อยากให้มีการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงความชัดเจนในเรื่องของการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่มีการจำหน่าย โดยที่ประชุมมีมติว่า ช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น.สามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ได้ และการขยายระยะเวลาจำหน่ายแอลกอฮอล์หลัง 24.00 น.ยังคงไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สามารถนั่งอยู่ที่ร้านต่อได้อีก 1 ชั่วโมง โดยมติที่อนุญาตให้ขายช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น.เป็นมาตรการที่จะดำเนินการในระยะเวลา 6 เดือน และจะมีการประเมินผลดีทางเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ และประเด็นอื่นๆ ทางสังคม และจะนำผลการศึกษาเหล่านี้มาวิเคราะห์เข้าที่ประชุมกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะต่อมาตรการตรงนี้ออกไปหรือไม่ ในส่วนหลังเวลา 24.00 น.ให้นั่งต่ออีก 1 ชั่วโมง และไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาของมาตรการ เพราะเราพบว่ามีอุบัติเหตุช่วงเวลา 24.00 – 02.00 น.สูงที่สุด และเมื่อสถานบริการปิด อุบัติเหตุลดลง ซึ่งเราไม่ได้ขยายเวลาการขายหลังเที่ยงคืน

นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับการศึกษามาตรการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น.จะมอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ศึกษาและนำผลเข้าที่ประชุมอีกครั้งว่าในแต่ละจังหวัดมีผลบวกผลลบหรือประเด็นข้อกังวลอย่างไรบ้าง โดยจะมีการรับฟังความคิดเห็น 15 วัน และจะสามารถประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้

นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับเรื่องการจัดโซนนิ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติสถานบริการที่มีการแก้ไขการกำหนดเขตพื้นที่ได้มีการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น ยังคงมีอยู่ เนื่องจากเป็นการประกาศตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว ฉะนั้น โซนนิ่งยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกี่ยวข้องมองกันหลายมุม รวมถึงมีการแสดงข้อกังวลและข้อเสนอแนะในหลายเรื่อง โดยยืนยันว่าเราไม่ละทิ้งกระบวนการสาธารณสุข กระบวนการป้องกันต่างๆ แต่เราต้องพิจารณาองค์ประกอบให้รอบด้าน ทั้งการรักษาสุขภาพ ในแง่การส่งเสริมเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเป็นจุดที่เราต้องทำให้มีความสมดุล เพราะเรามีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ตัวแทนกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งที่ประชุมว่าปัจจุบันกำลังพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ

เมื่อถามว่า จะมีการไปพูดคุยกับผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะมีการเรียกร้องให้เปิดถึง 04.00 น.นั้น นายพัฒนา กล่าวว่า เราต้องประเมินผลกระทบ และอยากให้ผู้ประกอบการประเมินผลกระทบไปกับเรา เพราะเราเคยมีการศึกษามาว่าหากให้มีการเปิดสถานบริการถึง 04.00 น.เราเห็นว่ามีอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มจะออกมาทำงาน เพราะพฤติกรรมของคนไทยเวลาดื่มแล้วมักเปลี่ยนสถานที่ รวมถึงขับรถกลับบ้าน ซึ่งตรงนี้ต้องมองในมิติทางสังคมให้รอบด้าน

Leave a comment