‘สุรเชษฐ์’แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

'สุรเชษฐ์'แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

‘สุรเชษฐ์’แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.14 น.

‘สุรเชษฐ์’ แฉรัฐบาลโฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน สร้าง Double Deck ไม่คุ้มค่า แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้ แช่แข็งการพัฒนา เป็นรัฐบาล MOA อยู่ 4 เดือน  อย่าสร้างภาระให้ประชาชนระยะยาว

15 พ.ย.68 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ แถลงจุดยืนกรณีรัฐบาล 4 เดือนมีความพยายามจะขยายอายุสัมปทานทางด่วน Double Deck ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 68 กระทรวงคมนาคมเร่งหาแนวทางเตรียมรถค่าทางด่วนทุกเส้นทาง สูงสุดไม่เกิน 50 บาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนภายในสิ้นปี 68 แต่ไม่รวมมอเตอร์เวย์ แต่เป็นการโฆษณาเกินจริง จึงขอถามว่าเป็นของขวัญที่จะมาในปีใหม่นี้หรือจะเป็นภาระต่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งในรัฐบาลที่แล้วพยายามจะทำแต่ทำไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้ก็เหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนคนมาทำ ตนได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งธงชัดเจน ว่าจะขยายสัญญาณสัมปทาน แต่มีความไม่ชอบพากล ซึ่งการจะขยายสัญญาต้องมีค่ายอมความหรือค่าแกล้งโง่ โดยรัฐบาลขณะนั้นเซ็นสัญญาไปแล้วทำให้เป็นผลพวงในอนาคต แต่อีกเรื่องคือ Double Deck หรือโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 เพื่อแลกกับสัมปทานเพิ่มอีก 15 ปี มีผลประโยชน์หลายแสนล้าน ซึ่งพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เราค้านว่าไม่ควรขยายสัญญาสัมปทานในเรื่องนี้  เพราะเห็นว่าเมื่อหมดสัมปทานแล้วก็ควรกลับมาเป็นของรัฐ แต่ขณะนั้นตนเป็นเสียงข้างน้อยในสภาทำให้มีการขยายสัมปทานสำเร็จ 

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตลกร้ายก็คือรัฐบาลต่อมา ชอบออกมาโฆษณาเอาหน้า เรื่องขึ้นทางด่วนฟรีวันหยุด ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะเป็นเงื่อนไขจากการขยายสัญญาสัมปทานในช่วงปี 2562 อยู่แล้ว ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาในปี 2567 มีการปั่นกระแสลดค่าทางด่วน คนจำนวนมากชอบเพราะว่าถูกลง แต่ลึกๆ แล้วไม่ดีต่อประเทศในภาพรวม การลดค่าทางด่วนให้ถูกลงก็จะย้อนแย้งกับนโยบายที่อยากให้คนใช้ขนส่งสาธารณะ อีกเรื่องคือการไปลดราคาก็ต้องเอาเงินของทุกคนไปช่วยกันจ่าย ซึ่งขัดกับหลักผู้ใช้เป็นผู้จ่าย และเมื่อถูกลงต้องมีการเจรจากับผู้รับสัมปทานใหม่ 

แม้รัฐบาลปี 2567 จะไปแล้ว แต่ความพยายามนี้ยังอยู่ นายทุนเจ้าเดิมยังอยู่ ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบริหารก็ยังอยู่ยังผลักดันเรื่องนี้ และกลับมาอีกครั้งในรัฐบาลนี้ ด้วยการสร้างภาพตั้งแต่วันแถลงนโยบายว่าจะลดรายจ่ายให้ประชาชนจะลดค่าผ่านทาง ตนมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงเขาไม่ได้จะลดราคาให้ประชาชน เนื้อแท้แล้ว คือ อยากหาเรื่องขยายสัญญาสัมปทานไปอีก โดยปัจจุบันสิ้นสุดที่ปี 2578 แต่อยากจะขยายไปถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2601 ซึ่งเราต้องจ่ายเข้ากระเป๋านายทุนนานขึ้น และต้องแลกมาด้วยการ พ่วงโครงการ Double Deck 3.5 หมื่นล้านบาทแบบไม่ต้องประมูล ประชาชนต้องเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่มีสัมปทานตัวนี้เราสามารถวิ่งฟรีได้ทุกวันด้วยซ้ำ 

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวว่า โครงการ Double Deck ไม่ได้เพิ่มทางลงสู่พื้นราบ เพราะเป็นการสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 ลงมาบนทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งรถติดอยู่แล้ว เหมือนเป็นการเพิ่มพื้นที่จอดรถบนอากาศ ซึ่งโครงการนี้ตกกิโลเมตรละ 2,047 ล้านบาท เอกชนก็จะได้ไปแบบไม่มีการแข่งขัน หากมีการเซ็นสัญญาสัมปทานกันไป ซึ่งเราเห็นว่าโครงการนี้ขาดทุนเห็น ๆ แต่ผู้มีอำนาจก็จนใจปกปิดข้อมูลและรายละเอียดต่อกรรมาธิการ ตนกับพรรคประชาชนไม่ได้ค้านหัวชนฝา แต่นี่คือการจงใจเอื้อประโยชน์ให้นายทุนผ่านการขยายสัมปทาน อยากชวนคิดว่าผู้บริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ชงเพื่อใคร ใครเป็นคนแต่งตั้งเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้วก็ยังคงเดินต่อ

ขณะเดียวกัน ยังมองว่า การลดค่าทางด่วนสามารถลดได้อยู่แล้วในช่วงกลางคืน หากปล่อยให้สัมปทานหมดแล้วคืนสู่รัฐ แลกกับการปรับขึ้นราคาในช่วงเวลาเร่งด่วน และตั้งสังเกตว่า ในช่วงทางด่วนสายสีแดง ช่วงแจ้งวัฒนะ -บางปะอิน ไม่ได้เกี่ยวของกับโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 แต่ได้ขยายสัมปทานไปด้วย 

ขอย้ำจุดยืนของพรรคประชาชน ว่าเราขอคัดค้านอย่างมีเหตุผล ด้วยเหตุผล 4 ข้อ คือ 1.ไม่คุ้มค่า 2.ไม่โปร่งใส่ 3.ไม่ดีจริง และ 4. ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลนี้ เพราะเป็นรัฐบาลตาม MOA ที่อยู่ไม่เกิน 4 เดือนตามข้อตกลง แต่กำลังคิดจะสร้างภาระให้ประชาชนไปจนถึงปี 2601 ดีลใหญ่แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ นอกจากนั้นตนได้ข้อมูลจากข้าราชการว่ามีวาระลับในบอร์ด กรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 68 จึงอยากให้ช่วยกันจี้ถามทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ส.ค.ร.) ว่าตกลงแล้วมีเรื่องขยายสัมปทานเข้าไปด้วยหรือไม่ แล้วมติคืออะไร เพราะหากหลุดจากบอร์ดนี้ ทางฉลุยเข้า ครม.เลย 

หากเราเงียบเอาแน่ชงเข้า ครม.แน่ ดังนั้นข้อเสนอของตนและพรรคประชาชน คือ หยุดหาเรื่องขยายสัมปทานไปเรื่อย เน้นแก้ปัญหารถติดให้ถูกจุด ไม่จำเป็นต้องรีบทำโครงการ Double Deck  จะปะผุด้วยการขยายสัมปทานไปเรื่อย จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้ เพราะการขยายสัมปทานเหมือนกันแช่แข็งการพัฒนา สิ่งสำคัญคือควรรอรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งหานโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหามาให้ประชาชนตัดสินใจ อย่าเพิ่งเร่งอนุมัติเรื่องใหญ่แบบนี้ เพื่อเก็บกระสุนไปเลือกตั้ง เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาล 4 เดือนควรทำ  ควรรอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งมาตัดสินใจ

เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วหรือยัง นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเชิญนายพิพัฒน์มา เป็นการหารือเรื่องตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเป็นหลัก แต่ตนก็ได้ลองสอบถามนายพิฒน์ดูท่านก็เบรกแบบขำๆ ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ 

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันติดตามเรื่องดังกล่าว เพื่อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลว่า จะทำอะไรให้คิดถึงประชาชนมากๆ

Leave a comment