
เปิดเหตุผลสำคัญไม่ต้องกลัว‘สหรัฐ’ทิ้ง‘ไทย’ เพียงรัฐบาลมีจุดยืนมั่นคง
วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.31 น.
เปิดเหตุผลสำคัญไม่ต้องกลัว‘สหรัฐ’ทิ้ง‘ไทย’ เพียงรัฐบาลมีจุดยืนมั่นคง
16 พฤศจิกายน 2568 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…
ในสงครามโลก 2 ครั้งที่ผ่านมา สหรัฐ เข้าร่วมสงครามด้วยหลังจากเกิดเหตุแล้ว เป็นการทำสงครามนอกประเทศ สหรัฐ จึงไม่เสียหายอะไรเลย ดังนั้น สหรัฐ จึงกำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้ที่ “การทำสงครามนอกประเทศ”
ปัจจุบัน ถ้าเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้น สหรัฐ จะทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เพราะระยะยิงของอาวุธนำวิถี มีระยะไกลมาก สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ในโลกนี้ได้ ดังนั้นยุทธศาสตร์การรบนอกประเทศของสหรัฐ จึงถูกปรับปรุง ด้วยการขยายฐานยิงอาวุธนำวิถีออกไปทั่วโลก เพื่อที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการทำลายข้าศึกได้มาก และเร็วได้ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังพยายามป้องกันไม่ให้ ฝ่ายตรงข้ามมี “ฐานทัพนอกประเทศ” เลียนแบบตัวเองด้วย
ปัจจุบัน สหรัฐ จึงมีฐานทัพนอกประเทศในภารกิจต่างๆ ถึง 750 แห่ง ใน 50 ประเทศ (ในอาเซียนมี สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน) ส่วนจีนมีฐานทัพนอกประเทศ เพียง 2 แห่ง แต่มหามิตรของจีนนั้น มีมากกว่า
ด้วยเหตุนี้ สหรัฐ จึงพยายามออดอ้อน ถึงขั้นกดดันไทยมาตลอด ในการขอพื้นที่ อู่ตะเภา หรือ ฐานทัพเรือในภาคใต้ สักนิดนึงก็พอ จนรัฐบาลไทยบางชุดเกือบยินยอม แต่ประชาชนไทย“ปฏิเสธ” อย่างหนักแน่น ดังนั้น เมื่อไม่ได้ในไทย ฐานทัพเรือเรียม ในกัมพูชา จึงเป็นเป้าหมาย ที่สหรัฐ อยากได้มาแทนไทย แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะไม่ยอมให้จีนได้เช่นกัน กัมพูชารู้ดีจึงได้โอกาสใช้เรื่องนี้ขอเข้ามาเป็นลูกรักของทรัมป์ได้พอดี แต่อย่างไรก็ตาม จีนลงทุนในฐานทัพเรียมไปแยะแล้ว คงไม่ปล่อยให้กัมพูชา ยกไปให้สหรัฐง่ายๆ ซึ่งคงต้องคอยดูกันต่อไป
สำหรับพี่ไทยนั้น แม้จะไม่ยอมให้สหรัฐ เข้ามาตั้งฐานทัพ แต่สหรัฐ ก็หวงแหนประเทศไทยมาก เพราะภูมิศาสตร์ที่ตั้งของไทย สหรัฐยังใช้ประโยชน์ได้อีกหลายเรื่อง ไม่นับการบ่มเพาะเรื่อง “ประชาธิปไตย” แบบตะวันตก ให้คนไทยทุกรุ่นมาอย่างยาวนาน
จึงไม่ต้องกลัวว่า สหรัฐ จะทิ้งไทย
ขอเพียงให้รัฐบาลมีจุดยืนที่มั่นคงเข้าไว้แค่นั้นก็พอครับ