‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยบริบทการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการกำหนดทิศทางการลงทุน และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดรับกับแนวโน้มโลก และศักยภาพของประเทศ จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

อุตสาหกรรมไมซ์ เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่มีนักเดินทางเข้ามาเจรจาธุรกิจใช้เวทีแสดงสินค้า งานประชุมวิชาการ หรือแม้กระทั่งงานประชุมองค์กร เป็นวัตถุประสงค์หลัก  สร้างเครือข่ายธุรกิจผ่านเวทีงานในประเทศไทย โดยช่วงที่ผ่านมาไทยมีโอกาสได้แสดงศักยภาพในการจัดงาน เมกะอีเวนท์ที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งการเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลกไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่  จนสามารถสร้างบทบาทบนเวทีโลกในหลากหลายมิติ

ล่าสุดจากการทำงานร่วมกันทุกระดับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ทางสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ได้ประกาศการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (ระดับ B)   ภายใต้แนวคิด Diversity of Life: Connecting people, water and plants for sustainable living (วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)  ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 (134 วัน) บริเวณพื้นที่ ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนเนื้อที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็น พื้นน้ำ 400 ไร่ และพื้นดิน 630 ไร่

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ด้วยสถานะความเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงความเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจของทางจังหวัดอุดรธานี ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้ จะสามารถสะท้อนภาพแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมตลอดจนพันธุ์ไม้นานาชนิดของชาวอุดรธานีได้เป็นอย่างดี

อีกทั้ง การเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 2569  ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างทักษะ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้าและส่งออกผลผลิตการเกษตร ส่งเสริมการต่อยอดงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้เป็นอย่างมากเพิ่มเงินสะพัดระหว่างการจัดงานได้ประมาณ 32,000 ล้านบาท

สร้างโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ คาดว่าจะทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมงานถึง 3.6 ล้านคน เป็นชาวไทยร้อยละ 70 และชาวต่างชาติร้อยละ 30 มีจำนวนประเทศ ที่เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 20 ประเทศ / องค์กร / สมาคม  สามารถเพิ่มมูลค่าการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ประมาณ 20,000 ล้านบาท เกิดการสร้างงาน การจ้างงาน ประมาณ 81,000 อัตรา รวมถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสังคม รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลกที่เข้ามาชมงาน

ขณะที่ ทีเส็บในฐานะเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงผู้จัดงานทั้งโลก สามารถเข้าไปเชื่อมต่อพูดคุยอย่างมีเทคนิค เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานแต่ละประเทศทั่วโลกเชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจ จึงจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อความพร้อมในการต้อนรับนักเดินทางที่จะมาจากทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นให้มีบทบาทร่วมคิด ร่วมสร้าง การปลูกฝังความภาคภูมิใจและการเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงาน

แสดงศักยภาพเกษตรและพืชสวนไทย

ดร. ศุภวรรณ กล่าวต่อว่า  งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี แม้จะอยู่ในระดับ B ตามการจัดประเภทของสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH) แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปูทางการจัดงานในระดับ A1ที่จังหวัดนครราชสีมาในปี 2572  เป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกษตรและพืชสวนไทยต่อสายตานานาชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสาน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนในอนาคต และยกระดับภาพลักษณ์ของอีสานให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงโลกกับวิถีไทย

อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลกผ่านการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ  เป็นแรงขับเคลื่อนในเมกะอีเวนท์สำคัญอื่นๆที่ทีเส็บจะดำเนินการยื่นประมูลสิทธิ์ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งต่อๆ ไป เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานเมกะอีเวนท์ระดับโลก  และมีศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงยั่งยืน   

Leave a comment