
‘ภราดร’ลั่นจุดยืน‘ภท.’หนุนเลิกMOU 43-44 ประสานกมธ.จัดเวทีดีเบต 4 ภาค-7 จังหวัดชายแดน
วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.21 น.
‘ภราดร’ลั่นจุดยืน‘ภท.’เรื่องMOU 43-44 ชัดเจน หลังนายกฯเห็นด้วยให้ยกเลิก อ้างรัฐบาลใหญ่กว่าพรรค ย้ำยังไม่ใช้อำนาจ ครม. ขอฟังความเห็นผลสรุปกมธ.สส.-สว.ก่อน เผยประสานให้กรรมาธิการเป็นเจ้าภาพจัดเวทีดีเบต ทั้งฝ่ายเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย เดินสาย 4 ภาค และ 7 จังหวัดชายแดน
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 17 พ.ย.68ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำประชามติยกเลิก MOU 2543 – 2544 จะดำเนินการพร้อมกับการเลือกตั้งสส. ตามที่วางไว้หรือไม่ว่า MOU 2543 – 2544 นายกรัฐมนตรีพูดชัดแล้ว ให้รอฟังความเห็นจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา ของสว. และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ของ สส.ก่อน
นายภราดร กล่าวว่า โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้ให้ตนไปคุยกับ กมธ.ทั้ง 2 สภา เพื่อให้ กมธ. เป็นเจ้าภาพจัดเวที ให้ความรู้กับประชาชน โดยเชิญฝ่ายที่เห็นด้วยกับการยกเลิก และฝ่ายที่ไม่ยกเลิกไปดีเบตกัน โดยเฉพาะการจัดเวทีในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 7 จังหวัดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเปิดเวทีดีเบตในภาคต่างๆ ด้วย ซึ่งตนได้พูดคุยกับ นายนพดล อินนา ประธาน กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา ของสว. โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดเวที และการประชาสัมพันธ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากสถานการณ์ไทย- กัมพูชาที่เกิดขึ้น ถูกตั้งคำถามว่า รัฐบาลยื้อ MOU 2543-2544 ทำไม ทั้งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีอำนาจในการตัดสินใจได้ นายภราดร กล่าวว่า หนีไม่พ้น ที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับกระบวนการด้วย ซึ่งการที่ประชาชนมีส่วนร่วมจะสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะตัดสินใจว่า จะตัดสินใจแบบไหน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่ ครม.มีมติทำ MOU 2543 และ 2544 กับกัมพูชา ประชาชนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย นายภราดร กล่าวว่า MOU เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลปี 2543 และ 2544
เมื่อถามว่า นายกฯ เคยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับ MOU ทั้ง 2 ฉบับ แล้วทำไมไม่ใช้อำนาจ ครม. ตัดสินใจยกเลิก นายภราดร กล่าวว่า ถึงได้บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และคิดว่าควรจะรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน โดยในส่วนของพรรคภูมิใจไทย แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยมานานแล้วว่า เห็นไปในทิศทางไหน แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลใหญ่กว่าพรรค ก็จะเป็นที่จะต้องรับฟัง ความเห็นของคนอื่นด้วย
เมื่อถามว่า จะทันกับการที่ประเทศกัมพูชานำหลายๆ ประสาทที่อยู่ในข้อพิพาทไปขึ้นศาลโลกหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนของศาลโลกไทยไม่ได้อยู่ ฉะนั้นกัมพูชาขึ้นศาลโลกฝ่ายเดียวไม่ได้