
19 พ.ย. 2568 10:55 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ โต้เดือด หลังถูกพี่สาวกล่าวหาใช้ยาเสพติดเรื้อรัง ตั้งแต่หนุ่มจนปัจจุบัน
ผู้นำฟิลิปปินส์ โต้เดือด หลังถูกพี่สาวกล่าวหาใช้ยาเสพติดเรื้อรังจนกระทบการบริหารประเทศ ชี้เป็นคำกล่าวลอยๆ ขณะฟิลิปปินส์เผชิญวิกฤตคอร์รัปชันโครงการป้องกันน้ำท่วมและการชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาล
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์ กล่าวปฏิเสธอย่างหนักแน่น หลังถูกนางไอมี มาร์กอส วุฒิสมาชิกซึ่งเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเขากล่าวหาว่าเขาเป็น ผู้ใช้ยาเสพติดเรื้อรังมาตั้งแต่ยุคของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้เป็นบิดา ซึ่งเคยปกครองประเทศระหว่างปีค.ศ. 1965–1986
ก่อนหน้านี้ นางไอมีขึ้นเวทีปราศรัยต่อฝูงชนจำนวนมากในสวนสาธารณะกรุงมะนิลา ระหว่างการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มศาสนาอิเกลเซีย นีคริสโต โดยอ้างว่า นิสัยติดโคเคนทำให้ผู้นำประเทศตัดสินใจผิดพลาด ไร้วิสัยทัศน์ และเป็นที่มาของดารคอร์รัปชั่นโครงการน้ำท่วม พร้อมทั้งกล่าวหาว่าภรรยาและลูกของประธานาธิบดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย โดยไม่ได้แสดงหลักฐานใด ๆ
ทางด้านนางแคลร์ คาสโตร รองปลัดกระทรวงสื่อสาร ซึ่งทำหน้าที่โฆษกประธานาธิบดี ออกมาตอบโต้ทันควัน ย้ำว่าข้อกล่าวหาของนางไอมีเป็น เรื่องเก่าที่ไม่มีมูลความจริง พร้อมเผยว่านายมาร์กอสเคยตรวจสารเสพติดช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2564 ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและห้องแล็บตำรวจแห่งชาติ ผลเป็นลบทั้งโคเคนและเมทแอมเฟตามีน
โดยคำกล่าวหาจากพี่สาวประธานาธิบดีเกิดขึ้นในจังหวะที่รัฐบาลของนายมาร์กอสกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากคดีโกงโครงการป้องกันน้ำท่วมทั่วประเทศมูลค่าหลายแสนล้านเปโซ โดยมีการตรวจพบว่าหลายโครงการเป็น โครงการผี ก่อสร้างโดยใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่เคยก่อสร้างจริง
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังฟิลิปปินส์ประเมินว่าเศรษฐกิจสูญเสียไปกว่า 118.5 พันล้านเปโซ หรือประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐมนตรีวางแผนเศรษฐกิจระบุว่าอาจมีการรั่วไหลของงบสูงถึง 70% ตั้งแต่เรื่องอื้อฉาวเริ่มเปิดโปง
นอกจากนี้ วิกฤตที่เกิดขึ้นยิ่งทวีความรุนแรง หลังฟิลิปปินส์เผชิญพายุเกิน 20 ลูกในปีเดียว โดยไต้ฝุ่นคัลมาเอกิคร่าชีวิตกว่า 269 ศพ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ตามด้วยไต้ฝุ่นฟงหว่อง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 ศพ และต้องอพยพประชาชนกว่า 1.4 ล้านคน
ทางด้านด้านโพลของ Social Weather Stations ระบุว่า คนกรุงมะนิลามากกว่า 80% เชื่อว่าคอร์รัปชันเลวร้ายลงในยุคมาร์กอส จูเนียร์.