ชลน่าน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือดูแลการเจ็บป่วย ปชช.หลังน้ำลด ติง อนุทิน แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

ชลน่าน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือดูแลการเจ็บป่วย ปชช.หลังน้ำลด ติง อนุทิน แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

ชลน่าน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือดูแลการเจ็บป่วย ปชช.หลังน้ำลด ติง อนุทิน แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.19 น.

“ชลน่าน” จี้รัฐเร่งช่วยเหลือดูแลการเจ็บป่วย ปชช.หลังน้ำลด ติง ”อนุทิน” แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก ตั้งแต่โควิดมาจนถึงน้ำท่วมใต้ เชื่อเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 ล.หวังกลบกระแสโจมตี รบ.

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมเลวร้ายมาก มีคนตายนับร้อย เพราะปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าท่วมในหลายจังหวัด ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประชาชนยังต้องจมอยู่กับน้ำในหลายพื้นที่ โดยจากรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 723 ตำบล 5,381 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,226,627 ครัวเรือน 3,542,583 คน หนักที่สุดคือพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะต้องยอมรับว่าหาดใหญ่ คือศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ ดังนั้นผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ และหลายฝ่ายประมาณการณ์ในพื้นที่หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้อีกนานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเช่นเดิม

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย แม้จะออกมาขอโทษประชาชน แต่กว่าจะยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมาจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการบกพร่องอย่างร้ายแรง มันช้าไปมาก เพราะจากการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดล้มเหลว ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ประชาชนเสียชีวิตที่ล่าสุดมีมากกว่าร้อยคน ขณะเดียวกันพบว่าภาคธุรกิจพังยับ ประชาชนหลายแสนคน หลายหมื่นครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านพัง ทรัพย์สินหายไปกับน้ำ ล่าสุดนายอนุทินรีบประกาศความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมรายละ 2 ล้าน เป็นเจตนาประกาศออกมาเพื่อกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุออกมาต่อต้าน ขับไล่ ทำให้นายอนุทินต้องรีบพูดเพื่อหวังกลบกระแสวิจารณ์สถานการณ์ตอนนี้ จำเป็นต้องพูดถึงมาตรการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างอื่นที่จำเป็นก่อนไหม หรือบทเรียนจากภัยโควิด ไม่ได้ทำให้คุณอนุทินเรียนรู้อะไรนอกจากเสียน้ำตา การบริหารภาวะวิกฤตจึงล้มเหลวซ้ำซาก

“สิ่งที่ต้องดำเนินการคือรัฐบาลต้องระดมกำลังเร่งอพยพประชาชน และต้องระดมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลประชาชนที่ประสบเหตุ เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบทั้งร่างกายและจิตใจประชาชนมาก ประชาชนยังหวาดระแวงต้องคิดเสมอว่าทุกคนที่ประสบภัยเป็นคนป่วย คาดการณ์ว่ามีจำนวนนับแสนคน คณะแพทย์ต้องเร่งนำประชาชนเข้าสู่การดูแลด้านสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจ เตรียมสถานบริการทางการแพทย์ รพ.สนาม เครือข่ายส่งต่อ ระดมทีมแพทย์ พยาบาลอาสา บุคคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือ ยาเวชภัณฑ์ ให้พร้อมที่จะรองรับ นอกจากนี้ควรเร่งป้องกันโรคระบาด โรคที่มาจากน้ำ โรคฉี่หนูที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา สำหรับคนที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ เร่งรัด จัดเก็บเพื่อดำเนินการตรวจอัตลักษณ์บุคคลอย่างรวดเร็ว เพื่อส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป หลังจากนี้จึงประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ เร่งฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ทุกหน่วยงานรัฐต้องบูรณาการการทำงาน ที่สำคัญผู้บัญชาการหน่วยงานต้องชัดเจนอย่ามั่วเหมือนที่ผ่านมาเพราะจะส่งผลให้การทำงานล่าช้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะปัญหาของประชาชนรอไม่ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว 

Leave a comment