‘อนุทิน’ยกทีมลงพื้นที่สงขลาอีกรอบ กังวลนาท่วมใต้ เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ ส่งคนกลับบ้านแล้ว90%

‘อนุทิน’ยกทีมลงพื้นที่สงขลาอีกรอบ กังวลนาท่วมใต้ เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ ส่งคนกลับบ้านแล้ว90%

‘อนุทิน’ยกทีมลงพื้นที่สงขลาอีกรอบ กังวลนาท่วมใต้ เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ ส่งคนกลับบ้านแล้ว90%

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

(แฟ้มภาพ)

‘อนุทิน’ยกทีมลงพื้นที่สงขลาอีกรอบ กังวลนาท่วมใต้ เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ ส่งคนกลับบ้านแล้ว90%

นายกฯ ยอมรับยังกังวลน้ำท่วมหาดใหญ่ ยัน ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วยังฟื้นฟู-เยียวยาต่อ หยอด อำนาจอยู่ที่ รมว.มท.แล้ว นายกฯ คงไม่ขัดอะไร เผยขั้นตอนนำผู้ประสบภัยกลับบ้าน ทำไปแล้วกว่า 90%จ่อขนกองทัพนักวิชาการลงพื้นที่ถอดบทเรียน “ภราดร” เผย ยอดโอนเงินเยียวยา 4 วัน โอนสำเร็จแล้ว 548,126 ครัวเรือน ล่าสุดโอนอีก 566 ล้านบาท “ไชยชนก” ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยใต้ เดินเครื่องยกระดับระบบเตือนภัยไทยสู่ระดับโลก ใช้ดาวเทียม–AI เพิ่มความแม่นยำ เร่งบูรณาการข้อมูล พร้อมจัดงบฯ ฟื้นเครือข่ายวิทยุสื่อสาร ตามรอยในหลวง ร.9 ปภ. รายงานยังมีน้ำท่วมภาคใต้ 7 จังหวัด เร่งฟื้นฟูทำความสะอาด กำจัดขยะ ในพื้นที่น้ำลด กรมอุตุฯ เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงเฝ้าระวังฝนตกหนักรอบใหม่

เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ว่า ขณะนี้กังวลเรื่องภาคใต้ แต่รู้แล้วว่ามีการลงไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เรื่องเงินช่วยเหลือการฟื้นฟูเมือง การนำประชาชนกลับบ้าน ดำเนินไปได้กว่า 90 % แล้ว

ส่วนการลงพื้นที่ในวันที่ 6 ธ.ค. จะนำคณะนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถอดบทเรียน พร้อมระบุว่าการได้ลงพื้นที่จริงจะมีแนวคิดเกิดขึ้น และมีการสนับสนุนเข้ามาอย่างรวดเร็วขึ้น เหมือนการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านมา ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ได้มีการเร่งรัดช่วยเหลือเต็มไปตามเป้า

ส่วนการยกเลิกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การฟื้นฟูและการเยียวยายังคงเป็นเหมือนเดิม เนื่องจากยังมีการประกาศจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้ขออนุเคราะห์นายกรัฐมนตรี และคิดว่านายกรัฐมนตรีคงจะไม่ขัดเขา

โอนเงินแล้ว548,126 ครัวเรือน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา การดำเนินการและการประสานความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากนี้ จะอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยส่วนหน้า (ศบภ.ทท.(สน.)) โดยศูนย์จะทำหน้าที่อำนวยการ ควบคุม และบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบอุทกภัย ตัวเลขจากธนาคารออมสินในช่วงวันที่ 1– 4 ธ.ค. พบว่า มียอดโอนสำเร็จแล้ว 548,126 ครัวเรือน เป็นวงเงินรวม 4,933,134,000 บาท และในวันนี้ (5 ธ.ค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาเพิ่มเติมอีก 62,935 ครัวเรือน วงเงิน 566,415,000 บาท ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา

นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยทหาร อาสาสมัคร และประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูพื้นที่อย่างไม่ย่อท้อ พร้อมฝากข้อความถึงพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าฟื้นฟูชุมชนและเศรษฐกิจ เยียวยาความเดือดร้อนให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด

ยกเว้นค่าไฟพ.ย.พื้นที่สงขลา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา เดินหน้าไปอย่างมาก โดยปัจจุบันสามารถนำประชาชนกลับบ้านไปได้กว่า 90% รวมถึงการทำความสะอาดฟื้นฟูเมือง การบริหารจัดการขยะ หรือแม้แต่ความช่วยเหลือทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ขณะที่ระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันสามารถผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนได้แล้ว 100% ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันสามารถจ่ายไฟฟ้าให้สถานที่ราชการสำคัญและโรงพยาบาลได้ครบ 100% ส่วนบ้านประชาชนยังมีบางรายไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ โดย กฟภ. ได้ติดตั้งชุด Power Kit (แผงเมนสวิตช์) ชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้มีไฟฟ้าใช้เบื้องต้นก่อน ซึ่งในส่วนการซ่อมแซมจะได้บูรณาการและเร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว

ซึ่งนายอนุทิน ระบุแม้ว่ามีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา แต่การฟื้นฟูและการเยียวยายังคงเป็นเหมือนเดิม โดยความช่วยเหลือด้านค่าไฟฟ้า ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จะได้รับการยกเว้นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ในประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ 451,211 ราย คิดเป็นค่าไฟฟ้า 420 ล้านบาท (รวม Ft และ VAT) โดยค่าไฟฟ้าต่อเดือนจะใช้จากเงินรายได้ของ กฟภ. เอง

ยกระดับระบบเตือนภัยไทยสู่ระดับโลก

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ และการดำเนินโครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา กับ Tomorrow.io เพื่อยกระดับระบบการเตือนภัยของประเทศไทย เพราะการใช้เงินในการฟื้นฟูเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติมักมีจำนวนมหาศาลกว่าเงินที่ใช้ในการป้องกันเสมอ จึงถึงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและวางแผนจัดการภัยพิบัติในอนาคต

นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังก้าวไปสู่ New Normal ของสภาวะอากาศของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งข้อมูลจากหน่วยงานนานาชาติอย่าง NOAA ที่ระบุว่าปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมา แลพบสัญญาณการละลายน้ำแข็งในระดับประวัติการณ์ สะท้อนว่าความแปรปรวนของภูมิอากาศจะทวีความรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากขึ้น หลังการศึกษาจากหลายฝ่าย ทีมงานพบว่า Tomorrow.io เป็นระบบพยากรณ์อากาศที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ ซึ่งได้มีการประสานกับญี่ปุ่นทั้งเรื่องแผ่นดินไหวสึนามิ ภูเขาไฟใต้ทะเล และน้ำท่วม ซึ่งก็ขอโทษปรชาชนที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ทันท่วงที ทำให้รัฐบาลและพวกเราทุกคนได้ตระหนักและปรับปรุงความคิดให้เป็นวาระแห่งชาติ ถือเป็นนิมตรหมายที่ดีในการรับมือกับวันข้างหน้า ซึ่งปัจจุบัน Tomorrow.io เป็นระบบการพยากรณ์อากาศ อันดับหนึ่งของโลก โดยใช้เทคโนโลยี Low-Orbit Satellite คือดาวเทียมวงโคจรต่ำ ปัจจุบันมี 11 ดวง 9 ดวง ใช้เทคโนโลยี Microwave Sounder ในการตรวจสอบสภาวะอากาศและความชื้นอย่างละเอียด สามารถทะลุเมฆได้ และจะเพิ่มความละเอียดในการมีข้อมูลพยากรณ์ทุก 3 เดือน

ทดลองใช้ระบบ3เดือน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะใช้ AI ในการประมวลผลและวิเคราะห์ ข้อมูลทั้งหมดจากดาวเทียม ข้อมูลจากกรมอุตุฯ, สทนช. และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจำลองสถานการณ์ได้หลากหลายมิติในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมแสดงข้อมูลแบบ Confidence Level เพื่อให้รู้ระดับความมั่นใจของการเกิดเหตุเป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจและประชาชนสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

“ช่วงนี้จะทดลองใช้ระบบร่วมกับ Tomorrow.io เป็นเวลา 3 เดือนแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อพิสูจน์ศักยภาพว่าเหมาะสมกับระบบไทยจริงหรือไม่ และตรวจสอบว่าข้อมูลไม่กระทบความมั่นคง ก่อนจะนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาสัญญาระยะยาว โดยตั้งเป้าให้โมเดลภาคใต้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ นี้ เพื่อให้ทันฤดูฝนปีหน้า” รมว.ดีอี กล่าว

ฟื้นเครือข่ายวิทยุสื่อสารตามรอย ร.9

นายไชยชนก ยังกล่าวถึงการถอดบทเรียนด้านการสื่อสารในสถานการณ์วิกฤตที่ไฟฟ้าดับ ทำให้การสื่อสารหลักและสำรอง อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม ล้มเหลว สิ่งที่ยังใช้งานได้คือวิทยุสื่อสาร (วอ) ของอาสากู้ภัยและเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานความรู้ไว้ว่า “ในสถานการณ์วิกฤตวอจะสำคัญที่สุด” และก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว โดยกระทรวงดีอี เตรียมของบประมาณสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายวิทยุ VHF ซึ่งเป็นวีรบุรุษที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลในพื้นที่วิกฤต และไม่ได้พึ่งพาเสาสัญญาณหรือไฟฟ้า ก็จะสนับสนุน และส่งเสริมอย่างเต็มที่ เพราะเขาคือเครือข่ายหลักในการช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤต ต้องชื่นชมอย่างสูง

นายไชยชนก ยังกล่าวถึงการบูรณาการข้อมูล ว่า ต้องเร่งให้ทุกหน่วยงานมีช่องทางการเชื่อม API เข้าสู่ศูนย์กลางข้อมูลของดีอี เพื่อให้สามารถกดปุ่มเปิด-ปิดการเชื่อมโยงข้อมูลในเวลาเกิดภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่ต่างคนต่างหวงข้อมูลในสภาวะปกติ และต้องมีการอัปเดตกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เดิมระบุว่า หากภัยไม่เกิดประกาศไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการ ซักซ้อมสถานการณ์จริงให้บ่อยขึ้น เพื่อลดความสับสนและวิตกกังวล ในการปฏิบัติงานเมื่อเกิดภัยพิบัติรุนแรง

ปลัดมท.ร่วมติดตามเงินเยียวยา

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อติดตามการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท พร้อมให้กำลังใจประชาชน เจ้าหน้าที่ นักศึกษาฝึกงาน และจิตอาสาที่ช่วยอำนวยความสะดวก โดยมีนายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ช่วยราชการ

ภายหลังเสร็จภารกิจที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตรวจการคีย์ข้อมูลลงระบบที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองบ้านพรุ เพื่อเร่งกระบวนการให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด

นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ครบ 7 วันตามที่นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นไว้กับประชาชน

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้กระบวนการจ่ายเงินเยียวยามีความคืบหน้าอย่างมาก ประชาชนจำนวนมากได้รับการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์แล้ว ส่วนผู้ที่ติดขัดจากการลงทะเบียนออนไลน์ ซึ่งระบบแสดงเป็น “สีแดง” ได้เดินทางมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลให้เป็น “สีเขียว” โดยมีรองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครช่วยดูแลผู้ที่ Walk-in มายื่นคำร้อง

มท.หนุนฟื้นฟูสงขลาเต็มที่

รัฐบาลได้อนุมัติการเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ครอบคลุม 8 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต รายละ 2,000,000 บาท พร้อมมาตรการฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจ ได้แก่ 1. มาตรการพักหนี้ ทั้งต้น–ดอก สูงสุด 1 ล้านบาท นาน 1 ปี 2. สินเชื่อยังชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย 6 เดือน ผ่อน 3 ปี 3. สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย 1 ปี ผ่อน 3 ปี พร้อมให้คนในครอบครัวค้ำได้ 4. การเร่งจ่ายเคลมประกันภัยรถยนต์ 5. การคุ้มครองผู้ประกันตนจากประกันสังคม 6. มาตรการช่วยเหลือ SMEs ฟื้นฟูกิจการ 7. มาตรการภาษีและกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พื้นที่หาดใหญ่

สำหรับศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเคยรองรับประชาชนกว่า 10,000 คน ปัจจุบันส่วนใหญ่กลับบ้านแล้ว เหลือเพียงผู้ป่วยที่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์จากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. และโรงเรียนแพทย์ทุกสถาบันร่วมกันประเมินก่อนอนุญาตให้กลับที่พัก

กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะสนับสนุนจังหวัดสงขลาอย่างเต็มกำลังในการฟื้นฟูทุกด้าน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่ยังใช้ประกาศภัยพิบัติระดับ 4 และจะพิจารณาปรับลดระดับต่อไป เพื่อให้การบริหารจัดการโดยจังหวัดมีความคล่องตัวและตอบสนองประชาชนได้รวดเร็วขึ้น

‘แม่ทัพกุ้ง’ลงใต้ให้กำลังใจหาดใหญ่

วันเดียวกัน พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก / อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ณ สำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยย้ำว่ากองทัพภาคที่ 4จะอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในโอกาสนี้ พลโท บุญสินได้ร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมร่วมบรรจุถุงยังชีพสำหรับนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์, นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย, จิตอาสา 904, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และชุดกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 ให้การต้อนรับ

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยัง ชุมชนคลองเตย อำเภอหาดใหญ่ เพื่อเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดกิจกรรมสร้างรอยยิ้มด้วยการแสดงดนตรีสดจากกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่ 4 และกิจกรรม Art for Kids ระบายสีสำหรับเยาวชนในพื้นที่ ต่อมา เวลา 13.30 น. คณะได้เดินทางไปยัง วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) เพื่อถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ มอบถุงยังชีพพร้อมแจกขนมและอุปกรณ์ทำความสะอาดให้ประชาชนใช้ฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด พร้อมย้ำว่า กองทัพภาคที่ 4 จะอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ปภ.รายงานยังมีน้ำท่วมภาคใต้7จว.

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธ.ค. 68 เวลา 06.00 น.) ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี และยะลา รวม 29 อำเภอ 118 ตำบล 620 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 102,445 ครัวเรือน 282,651 คน ดังนี้

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ เคียนซา พระแสง บ้านนาสาร พุนพิน และบ้านนาเดิม 14 ตำบล 46 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 824 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ปากพนัง พระพรหม และเชียรใหญ่ 27 ตำบล 139 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,880 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดตรัง มีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ กันตัง และเมืองฯ 19 ตำบล 132 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,274 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดพัทลุง มีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน เขาชัยสน บางแก้ว ปากพะยูน และป่าบอน 11 ตำบล 39 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,281 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดสงขลา มีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร 38 ตำบล 251 หมู่บ้านประชาชนได้รับผล กระทบ 69,016 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดปัตตานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ หนองจิก และเมืองฯ 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 734 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

จังหวัดยะลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน และยะหา 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,436 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

เร่งระบายน้ำและเยียวยาผู้ประสบภัย

กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานเครือข่ายได้บูรณาการกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะการเร่งระดมพลทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ ในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แจกจ่ายสิ่งของจำเป็น ถุงยังชีพและถุงยังชีพพระราชทาน ประกอบอาหารกล่องและผลิตน้ำดื่มสะอาด ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง รวมทั้งการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด

อุตุฯเตือน10จว.ใต้ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ชี้ผลพยากรณ์ว่า ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล ส่วนประเทศไทยตอนบน มีฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ส่วนประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้จากสภาพอากาศแห้งไว้ด้วย

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก อ่าวไทย และภาคใต้

สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ยังคงมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงมากเนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อน

Leave a comment