
‘ทัพภาค 2’ลั่น‘การทูต’คือชุดสูท ‘การทหาร’คือชุดเกราะ พลังเดียวกันปกป้องประเทศ
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.11 น.
‘ทัพภาค 2’ลั่น‘การทูต’คือชุดสูท ‘การทหาร’คือชุดเกราะ พลังเดียวกันปกป้องประเทศ
11 ธันวาคม 2568 เพจ “กองทัพภาคที่ 2” โพสต์ข้อความหัวข้อ “SMART Soldiers Update การทหาร x การทูต ไม่มีใครนำใคร เพราะเรากำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” ระบุว่า…
SMART Soldiers Update
การทหาร x การทูต
ไม่มีใครนำใคร เพราะเรากำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
การทูตคือชุดสูท…การทหารคือชุดเกราะ
ทั้งสองคือพลังเดียวกันเพื่อปกป้องประเทศ
วันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ Al Jazeera พร้อมย้ำชัดในทุกประเด็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่ผู้เริ่มต้นความรุนแรง แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาที่เปิดฉากยิงก่อน และยังไม่ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ท่านกล่าวว่า
“กลไกทางการทูตจะทำงานได้… หากสถานการณ์เปิดพื้นที่ให้การทูต แต่ต้องขอโทษ…ตอนนี้เราไม่มีพื้นที่แบบนั้น”
คำกล่าวนี้ไม่ใช่แค่เหตุผล แต่คือความจริงในสนามรบ ที่ทหารไทยกำลังเผชิญทุกชั่วโมง การเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกำลังพลหลายครั้ง แม้เราจะลงนามถ้อยแถลงร่วมแล้วก็ตาม คือหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาไม่รักษาคำมั่น
+ เมื่อพื้นที่การทูตถูกปิด การทหารต้องยืนเป็นแนวหน้า
รัฐมนตรีต่างประเทศชี้ว่า ไทยอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่ท่าทีของกัมพูชาคือการยั่วยุและการใช้อาวุธโจมตีจนเกิดสถานการณ์ที่เห็นอยู่ในวันนี้ เมื่อผู้ประกาศข่าวถามถึงกรณีปราสาทพระวิหาร รัฐมนตรีไทยตอบตรงไปตรงมาว่า
– ไทยเคารพคำตัดสินศาลโลก
– แต่ไม่ใช่โบราณสถานทุกแห่งที่อยู่ในดินแดนกัมพูชา
– และอารยธรรมเขมรไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกัมพูชาเท่านั้น
+ ไทยเปิดประตูการทูตเสมอแต่ก้าวแรกต้องมาจากกัมพูชา
ไทยพร้อมเจรจา พร้อมใช้กลไกทางการทูต แต่ถ้อยแถลงร่วมที่มีสหรัฐฯ และมาเลเซียเป็นสักขีพยานกลับไม่ถูกปฏิบัติตามโดยฝ่ายกัมพูชา แม้กัมพูชาบอกว่าพร้อม แต่สถานการณ์ความเป็นจริงในพื้นที่กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง
ไทยไม่ใช่ประเทศที่ก้าวร้าว เราเชื่อในพลังของการทูต ประเทศไทยเป็นชาติเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รักษาเอกราชไว้ได้ด้วยการทูต และวันนี้ไทยก็ยังยึดมั่นในแนวทางนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ทหารไทยก็ต้องปกป้องแผ่นดินในทุกลมหายใจ เพราะเมื่อการทูตไร้พื้นที่ การทหารต้องยืนเป็นโล่กำบังให้ประชาชนก่อน
“การทูตคือชุดสูท…การทหารคือชุดเกราะ ทั้งสองคือพลังเดียวกันเพื่อปกป้องประเทศ”
ประเทศไทยเดินด้วยสองขา ทหารและนักการทูต ไม่มีใครนำใคร เพราะภารกิจเดียวของเราคือ ปกป้อง อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ผลประโยชน์ของชาติ และความสงบสุขของประชาชน