‘บวรศักดิ์’แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

'บวรศักดิ์'แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

‘บวรศักดิ์’แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

“บวรศักดิ์”แจงเหตุผล! ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา หลังพบสุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ใช้คำว่า”เห็นชอบ” พร้อมสอนมวย”สมชัย”เคยอ่าน กม.ประชามติ มาตรา11 วรรคท้ายหรือไม่ เหตุเปิดช่องให้เข้าคูหาน้อยกว่า 60 วันได้ ประหยัดงบแผ่นดิน 4 พันล้าน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบคำถามประชามติคำถามแรกเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งคำถามประชามติของรัฐสภา ตามมาตรา 9 (4) ที่ระบุว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 ส่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่า ครม.ได้อาศัย พ.ร.บ.ประชามติ และฉบับแก้ไข 2568 มาตรา 9 วรรคสอง (4) และมาตรา 11 วรรคท้าย สามารถกำหนดวันทำประชามติแม้ระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน และทำพร้อมกับวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ได้ และยังเห็นว่าช่วยประหยัดงบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท ในกรณีหากต้องจัดแยกกับวันเลือกตั้ง รวมถึงยังช่วยประชาชนไม่ต้องไปใช้สิทธิ์ถึง 2 ครั้ง และหากไม่ไปครั้งใดครั้งหนึ่งก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้ง และยังช่วย กกต.ไม่ต้องจัดเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง ที่เสียทรัพยากรต่างๆ อีกจำนวนมากด้วย

สำหรับสาเหตุที่ ครม.ส่งคำถามไปสองคำถาม คือของ ครม.ใช้ช่องทางกฎหมายประชามติ มาตรา 9 (2) และมาตรา 11 วรรคท้าย ที่ระบุว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” และส่งคำถามประชามติของรัฐสภา ตามมาตรา 9 (4) ที่ระบุว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เนื่องจากคำถามจากรัฐสภาอาจสุ่มเสี่ยงว่าไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามกฎหมายประชามติ ตามมาตรา 16 ที่ระบุว่า การแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญใช้คำว่า “เห็นชอบ” ไม่สามารถใช้คำว่า “เห็นด้วยหรือไม่” ตามข้อเสนอของรัฐสภาได้ ทั้งหากส่งคำถามของรัฐสภาเพียงอย่างเดียว และ กกต.ตีตก มีปัญหากันหมด และประชาชนก็จะเสียโอกาสในการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับวันเลือกตั้ง

“ครม.จึงส่งคำถามเข้าไปประกบคำถามของรัฐสภา และยังสะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจ และตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่ตกลงไว้ตามเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน และสอดรับการการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอีกด้วย” นายบวรศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ตั้งข้อสังเกตว่าการทำประชามติพร้อมกันกับวันเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ เพราะระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน เพราะผิดกฎหมายประชามติ และอาจทำให้เป็นโมฆะ และ ครม.และ กกต.ต้องชดใช้เงินกว่า 3 พันล้านบาท นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า นายสมชัยเคยอ่านกฎหมายประชามติ มาตรา 11 วรรคท้าย ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมปี 2568 หรือเปล่า ขณะที่เรื่องดังกล่าวนี้ตนก็หารือกับ กกต.ตั้งแต่พบกันเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.แล้วไม่มีปัญหาอะไร

นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการทำประชามติเพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 หรือไม่ ตนมีความเห็นเช่นเดียวกับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา ที่มี นายนพดล อินนา สว.เป็นประธาน แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนุญมาตรา 169 (1) เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติเรื่องที่มีผลผูกพันต่อ ครม.ชุดใหม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่ทำ เพราะถ้าทำแล้วเกิดความเสี่ยงว่าเป็นไปตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็จะทำให้การลงประชามติเสียไปได้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ผิดคำพูด และได้ทำตามนโยบายที่แถลงไว้แล้ว แต่ติดขัดตรงมีปัญหาต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 (1) ตามที่คณะการกฤษฎีกาให้ความเห็นมา

Leave a comment