
‘สุริยะใส’ฉายภาพการทูตไม่เลือกข้าง บีบ‘อเมริกา-จีน’เคารพไทย‘รัฐที่ยืนได้ด้วยตัวเอง’
วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.
‘สุริยะใส’ฉายภาพการทูตไม่เลือกข้าง บีบ‘อเมริกา-จีน’เคารพไทย‘รัฐที่ยืนได้ด้วยตัวเอง’
19 ธันวาคม 2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “การทูตไม่เลือกข้าง (สหรัฐฯ หรือจีน) แต่เลือกศักดิ์ศรีรัฐชาติ” ระบุว่า…
การทูตไม่เลือกข้าง (สหรัฐฯ หรือจีน) แต่เลือกศักดิ์ศรีรัฐชาติ
การที่ผู้นำไทยกล้ายืนแข็งกร้าวต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ คือ สัญญาณสำคัญว่า ประเทศไทยไม่ใช่รัฐบริวารของมหาอำนาจใดอีกต่อไป
เสียงชื่นชมที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากอารมณ์ชาตินิยมฉาบฉวย แต่มาจากการที่คนไทยเห็นผู้นำ “ยืนเป็น” ครั้งแรกในเวทีที่เคยมีแต่การก้มหัวตามโครงสร้างอำนาจโลก
เมื่อบทบาทสหรัฐฯ เงียบลง จีนจึงก้าวเข้ามาแทนในฐานะตัวกลาง เริ่มจากส่งหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านความมั่นคงสาธารณะ มาเพื่อหามาตรการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ร่วมกับทางการไทย จากนั้นเตรียมส่งทูตพิเศษมาประสานพูดคุยเพื่อหาแนวทางการหยุดยิงและสร้างสันติภาพ
คำถามจึงไม่ใช่ว่าไทยจะ “เปลี่ยนข้าง” ไปซบจีนหรือไม่
แต่คือ ไทยจะยืนให้มั่นพอหรือเปล่าว่า จีนก็ไม่ใช่เจ้าของเกม และไม่ใช่ผู้กำหนดอนาคตความมั่นคงของเรา
ต้องพูดกันตรง ๆ “แข็งกับอเมริกาได้ ก็ต้องชัดกับจีนให้ได้เช่นกัน”
สุภาพได้ ร่วมมือได้ เปิดพื้นที่การทูตได้ แต่ห้ามอ่อนจนเผลอยกอธิปไตยขึ้นโต๊ะเจรจา การให้จีนเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ต่างจากการให้จีนเป็น “ผู้ตัดสิน” และเส้นนี้ห้ามข้ามเด็ดขาด
โลกวันนี้ไม่ใช่โลกขั้วเดียว ไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เอนตามแรงของใคร การทูตที่ดีไม่ใช่การเอาใจมหาอำนาจ แต่คือการบอกมหาอำนาจทุกฝ่ายให้ชัดว่า ไทยตัดสินใจเอง และใครก็ไม่มีสิทธิ์สั่ง
บทเรียนสำคัญคือ ถ้าเราแข็งกับสหรัฐฯ ได้ เราต้องไม่หวั่นเกรงที่จะตั้งมาตรฐานเดียวกันกับจีนในเชิงหลักการ ไม่ใช่ความแข็งกร้าวแบบโวยวาย แต่เป็นความชัดเจนแบบรัฐที่รู้คุณค่าตัวเอง เพราะในโลกมหาอำนาจ ศักดิ์ศรีไม่เคยได้มาฟรี และอธิปไตยไม่เคยรักษาได้ด้วยความเกรงใจ
การทูตไม่เลือกข้าง แต่เลือกศักดิ์ศรีรัฐชาติ
ถ้าไทยยืนจุดนี้ได้จริง ไม่ว่าอเมริกาหรือจีนก็ต้องเคารพเราในฐานะ “รัฐที่ยืนได้ด้วยตัวเอง” ไม่ใช่หมากบนกระดานของใคร…