PRINC Group เปิดตัว ‘สุ่มคราฟต์’ ยกระดับสินค้าชุมชน สู่โมเดล ‘การแพทย์ผสานชุมชน’

PRINC Group เปิดตัว ‘สุ่มคราฟต์’  ยกระดับสินค้าชุมชน สู่โมเดล ‘การแพทย์ผสานชุมชน’

PRINC Group เปิดตัว ‘สุ่มคราฟต์’ ยกระดับสินค้าชุมชน สู่โมเดล ‘การแพทย์ผสานชุมชน’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.04 น.

PRINC Group สร้างมิติใหม่ของขวัญปีใหม่ด้วยการนำเสนอ สุ่มคราฟต์ กล่องสุ่มภายใต้โครงการ One PRINC One Product (OPOP) โดยรวบรวมของดีมีคุณภาพจากชุมชนใน 14 จังหวัดที่มีโรงพยาบาลเครือพริ้นซ์ตั้งอยู่ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความตื่นเต้นจากการลุ้นรับสินค้า แต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งโอกาส และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนกับผู้รับของขวัญ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีฝีมือและความตั้งใจ ให้ได้มีพื้นที่และโอกาสในการนำเสนอผลงานสู่ผู้รับของขวัญในวงกว้างมากขึ้น

สุ่มคราฟต์” คือรูปแบบการนำเสนอจากการดำเนินโครงการ One PRINC One Product (OPOP) ของ PRINC Group ในปี 2025 ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) โดยมองว่าโรงพยาบาลหนึ่งแห่งสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าสถานพยาบาล แต่เป็นจุดเชื่อมโยงผู้คนกับศักยภาพและอัตลักษณ์ของชุมชนรอบข้าง

โครงการ OPOP จึงทำหน้าที่คัดเลือกและรวบรวมสินค้าชุมชนที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบของขวัญ และในปีนี้เลือกใช้ “กล่องสุ่ม” เป็นเครื่องมือในการเปิดพื้นที่ให้สินค้าจากหลากหลายชุมชน ได้ถูกมองเห็นและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

อติยา อาวัชนากา

นางสาวอติยา อาวัชนาการ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แนวคิดของ “สุ่มคราฟต์” ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ PRINC Group ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม (ESG: Social) โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากนั่นคือสินค้าในชุมชนซึ่งมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยความโดดเด่นของ “สุ่มคราฟต์” คือ

  1. กล่องสุ่มที่ไม่เน้นกำไร แต่เน้นโอกาส: แทนที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูง หรือมีศักยภาพในการผลิตจำนวนมาก PRINC Group กลับเลือกที่จะเป็น “ตัวกลาง” ในการค้นหาและรวบรวมสินค้าจากชุมชนเล็ก ๆ ที่อาจไม่ถนัดการสื่อสารการตลาด
  2. การผสานสินค้าเข้ากับการเล่าเรื่อง: หัวใจของกล่องสุ่มนี้คือการขยายขีดจำกัดด้านการตลาดให้แก่ชุมชน ผู้รับของขวัญไม่ได้เพียงแค่ได้รับสินค้า แต่ได้รับ “เรื่องราว” ที่เป็นบทสรุปของความตั้งใจและภูมิปัญญาจากหลากหลายพื้นที่ เป็นการสร้างคุณค่าทางอารมณ์และคุณค่าทางสังคมให้กับตัวผลิตภัณฑ์
  3. โรงพยาบาลเป็น Hub เชื่อมโยง: ในโมเดลนี้ โรงพยาบาลในเครือ PRINC ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสถานพยาบาล แต่เป็น “จุดกระจายเรื่องราว” และเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้สินค้าจากพื้นที่ห่างไกล (Micro-economies) สามารถเดินทางไปสู่ผู้บริโภคระดับองค์กรได้อย่างที่ไม่เคยทำได้เองมาก่อน

“สุ่มคราฟต์ คือการเน้นย้ำถึงแก่นของโครงการพริ้นซ์ผสาน ที่ว่า การดูแลสุขภาพที่สมบูรณ์ ต้องดูแลทั้งกายและเศรษฐกิจชุมชน เมื่อชุมชนมีรายได้มั่นคง มีความภาคภูมิใจในตัวเอง สุขภาพกายและใจก็จะดีขึ้นตามไปด้วย” อติยากล่าว

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพนักงานของ PRINC Group อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ลงไปพบปะ พูดคุย และรับฟังเรื่องราวของชุมชนในพื้นที่ที่ตนเองทำงานหรืออาศัยอยู่ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงบทบาทขององค์กรเข้ากับผู้คนในพื้นที่ผ่านประสบการณ์ตรง

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ได้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของแนวคิด One PRINC One Product (OPOP) ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงโครงการ CSR สู่การเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กรที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability Strategy) อย่างแท้จริง

การตัดสินใจใช้รูปแบบ “กล่องสุ่ม” ในปี 2025 เป็นการเล่าเรื่องของโครงการ One PRINC One Product ให้สนุกและเข้าถึงได้มากขึ้น ผ่านความสุขเล็ก ๆ ของการได้ลุ้นรับของขวัญ โดยยังคงหัวใจสำคัญคือการรวบรวมสินค้าคุณภาพจากชุมชนในแต่ละพื้นที่ที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ มานำเสนอในรูปแบบที่สร้างทั้งความประทับใจและการจดจำให้กับผู้รับ

สรุป ปีแห่งเรื่องราว One PRINC One Product

  • ปี 2566 (กล้วยกรุ่น): ปีแรกของ OPOP ที่เล่าเรื่องผ่านของขวัญ 2 ชุด “กล้วย ๆ” รวบรวมผลิตภัณฑ์จากกล้วยของทุกจังหวัดที่ PRINC Group มีโรงพยาบาลอยู่ พร้อมคำอวยพรเรียบง่าย ส่วน “กรุ่น” คือการผสานกาแฟโรบัสต้าจากชุมพรกับถ้วยเซรามิกปั้นมือจากสกลนคร เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟที่มีเรื่องราว
  • ปี 2567 (ชื่นชา): มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าผ่านการเล่าเรื่องเชิงลึก (Storytelling) ผ่านชาเฉพาะถิ่นที่หลากหลายในประเทศไทย
  • ปี 2568 (สุ่มคราฟต์): มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและเปิดพื้นที่ให้สินค้าจากหลากหลายชุมชน ได้ถูกมองเห็นและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

ในทุกปีหลังจบโครงการ สิ่งที่สะท้อนกลับมาอย่างชัดเจน คือความภาคภูมิใจของพนักงานที่ได้มีส่วนร่วมและเข้าใจบริบทของชุมชนรอบตัวมากขึ้น กระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กร พนักงาน และชุมชน จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจเข้ากับคุณค่าทางสังคม และสนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนในระยะยาว

การนำเสนอไอเดียของขวัญจากชุมชนผ่าน “สุ่มคราฟต์” ในปีนี้จึงเป็นตัวอย่างของการใช้ของขวัญปีใหม่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่โฆษณาตนเอง แต่ปล่อยให้สินค้าและเรื่องราวจากชุมชนทำหน้าที่บอกเล่าความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

Leave a comment