
ปชป. ผนึกกำลัง กูรู ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย
วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.
“ปราบโกงต้องทำไง?” พรรคประชาธิปัตย์ ผนึกกำลัง ”กูรู“ ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดเวทีเสวนาในซีรีส์ “ฟังจริง คิดจริง ทำจริง” ภายใต้แคมเปญ #เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา ในหัวข้อ “ปราบโกง ต้องทำไง?” เพื่อค้นหามาตรการปิดเกมคอร์รัปชันและสร้างความโปร่งใสให้ประเทศไทย โดยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันตอนหนึ่งว่า การทุจริตคอรัปชั่นปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนมองเป็นเรื่องปกติ และยอมรับการใช้เงินชี้ขาดในสนามเลือกตั้งโดยไม่เกรงใจใคร คำตอบไม่ใช่แค่การเพิ่มโทษประหารชีวิต เพราะคนโกงเขามั่นใจว่า 1. ไม่ถูกจับได้ และ 2. ถ้าถูกจับได้ก็เอาเงินซื้อกระบวนการตรวจสอบ จะแก้ไขเรื่องนี้ รัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องมีสื่ออิสระและภาคประชาชนที่เป็นอาวุธในการต่อสู้กับ”ทุนเทา” ที่กำลังครอบงำประเทศชาติบ้านเมือง
ขณะที่นายวิชา มหาคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้จุดตายของระบบตรวจสอบไทยคือ การที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ยากลำบาก และเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ให้ทันสมัยตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แบะต้องใช้หลัก
• Whistleblower ต้องเป็นกุญแจสำคัญ ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสให้มีพลังอำนาจจริง ไม่ถูกฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law)
• Data Sovereignty รัฐรู้อย่างไร ประชาชนต้องรู้เช่นนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต้องถือเป็นข้อมูลสาธารณะ (Public Information) ที่เข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต
ด้านนานต่อภัสสร์ ยมนาค นักวิชาการจ่กคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเสนอแนวทางจัดการการทุจริตคอร์รัปชันผ่านหลักการสากล ปัจจุบันการปลูกฝังคุณธรรมอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี “ระบบ” ที่ดีควบคู่กันไป พร้อมเผยสูตรลับปราบโกง คอร์รัปชัน = อำนาจดุลพินิจ (Discretion) + การผูกขาด (Monopoly) – การตรวจสอบได้ (Accountability)
• Open State เสนอให้รัฐ เปิดเผยข้อมูล Beneficial Ownership หรือรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากบริษัทคู่สัญญา เพื่อป้องกันการฮั้วประมูลและการใช้ทุนเทาแทรกแซงนโยบายรัฐ องค์กรรัฐ
ส่วนนายวสันต์ ภัทรอธิคม ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. กล่าวว่า ตนนำเสนอโมเดลความสำเร็จของ Traffy Fondue ที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของทุกคนให้เป็นเครื่องมือแจ้งปัญหาเมือง และสามารถขยายผลสู่การตรวจสอบทุจริตได้ ถ้าเราทำให้การแจ้งคอร์รัปชันง่ายเท่ากับการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือสแกนจ่ายเงิน เราจะมีข้อมูลมหาศาลจากประชาชน (Citizen Participation) ที่ AI สามารถนำไปวิเคราะห์หาจุดผิดปกติ (Red Flags) ได้ทันที
โดยตอนท้ายของการเสวนา เป็นช่วงถาม-ตอบ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ตอบคำถามถึงวิธีการปราบทุนเทาทางการเมืองที่ได้ผลที่สุดด้วยข้อความสั้น ๆ แต่ทรงพลังว่า “ปราบดีที่สุดคือ… กรุณาอย่าเลือกพรรคเทา” ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะนำทุกข้อเสนอจากเวทีนี้ไปร้อยเรียงเป็น “แผนปฏิบัติการล้างปัญหาประเทศ” เพื่อเปลี่ยนความอึดอัดของพี่น้องประชาชนให้กลายเป็นนโยบายที่สร้างประเทศไทยให้โปร่งใสและสุจริตอย่างยั่งยืน






