ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/568582
โดย ทีมข่าวการเมือง 27 ม.ค. 2559 05:01

“เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” ว่าตามคำถามฮิตในโลกโซเชียลฯ
จุดที่ผู้นำประเทศอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ต้องให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเสนอให้นำยางพารามาผลิตตุ๊กตา “ลูกเทพ” ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ โดยบอกปัดเรื่องนี้ไม่ใช่หัวข้อกิจกรรมหลักของรัฐบาล สำหรับตนเองจะเอาไปทำถนนมากกว่า
ทิ้งทุ่นไว้แบบขำๆว่าเรื่องนี้อยู่ที่สังคม เป็นเรื่องของความเชื่อ วันนี้สังคมไทยขาดเยอะแยะ ขาดในสิ่งที่ไม่ควรจะขาด เกินในสิ่งที่ไม่ควรจะเกิน มันก็เลยยุ่งอยู่แบบนี้
ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะเบอร์หนึ่งด้านความมั่นคงก็พูดถึง “ตุ๊กตาลูกเทพ” ว่ามันมีมานานแล้วและก็เป็นตุ๊กตาเด็กเล่น แต่ก็ไปเกิดกระแสกันมา ให้สื่อไปดูกันเอง
ส่วนข้อเสนอให้รัฐบาลนำยางพารามาทำตุ๊กตาลูกเทพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม มีการต่อยอดตุ๊กตาลูกเทพในธุรกิจต่างๆ หากทำขายได้ก็เอา เพราะตนเองไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์
“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” หัวขบวนทีม “บูรพาพยัคฆ์” ต้องพูดถึง “ตุ๊กตาลูกเทพ”
แต่ที่ซีเรียสเลยก็คือคิวของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่แสดงความเป็นห่วงกระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” โดยเฉพาะการนำขึ้นเครื่องบิน หรือรถโดยสาร
เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางซุกซ่อนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆไม่ประมาท และตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะในอดีตเคยมีการซุกซ่อนยาเสพติดในลักษณะนี้มาก่อน
“ตุ๊กตาลูกเทพ” กลายเป็นวาระแห่งชาติ
ตามปรากฏการณ์ถึงขั้นที่ผู้นำรัฐบาลทหาร คสช. รองนายกฯเบอร์หนึ่งด้านความมั่นคง ไปยัน ผบ.ตร. ต้องออกมาร่วมกระแส
แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ยังเป็นเรื่องขึ้นมาซะได้
แต่เรื่องที่กำลังจะเป็นเรื่องแน่ๆในอนาคตยังไงก็หนีไม่พ้น
ตามอาการล่าสุดที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ขู่ออกอากาศเป็นเชิงว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ไม่ผ่านการทำประชามติ
ก็จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 แทน
แน่นอน ตามเหลี่ยมถ้ามองกันตื้นๆ มันก็แค่มุกกดดันวัดใจ “นักเลือกตั้งอาชีพ”
ถ้าไม่รีบรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” เดี๋ยวจะเจอกับรายการ “หนีเสือปะจระเข้”
อีกทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รีบออกตัวเคลียร์ในวันถัดมาว่า นายมีชัยคงประชด มันจะใช้ได้อย่างไร เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว บทบัญญัติทั้งหมดเขียนเอาไว้ชั่วคราว ไม่มีเรื่องเลือกตั้ง ไม่มีเรื่องแถลงนโยบาย และอีกหลายๆเรื่อง
และหากจะบอกว่า ถ้าไม่มีก็เติมเข้าไป 100 กว่ามาตรา บวกกับของเดิมอีก 40 กว่ามาตรา ก็เกือบเท่า 261 มาตราของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยแล้ว ซึ่งก็คือการทำใหม่นั่นเอง
สรุปว่าแค่ขู่แกมประชด ไม่ใช่นึกจะหยิบมาใช้กันง่ายๆ
แต่เรื่องของเรื่อง ปมที่นายมีชัยพูด มันก็คือไพ่ในมือหัวหน้าคสช.ที่ทุกฝ่ายเห็นกันหมดแล้ว
คงไม่ใช่มาตราที่กำหนดไว้ลอยๆในรัฐธรรมนูญชั่วคราวแน่ ในกรณีถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ให้เป็นดุลพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับใช้ในการประกาศเลือกตั้ง
อ่านไต๋ตามฟอร์มทหาร จะไม่ยอมลงหลังเสือ ให้เสือแว้งกัดง่ายๆ
และต้องไม่ยอมให้ “เสียของ” ซ้ำซาก
จากเงื่อนไขยากๆนี้ การใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาปรับใช้ในการประกาศเลือกตั้ง
ดูจะง่ายและชัวร์สุดในการทำตามโจทย์ของฝ่ายคุมเกม ที่ต้องล็อกผลเลือกตั้งตามธง
ไม่ใช่แค่บล็อกเพื่อไทย บอนไซประชาธิปัตย์ หรือปูทางค่ายนอมินีทหาร
แม้แต่การยุบพรรคการเมือง สลายขั้ว กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นแบบอิสระ เปิดทางผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงชัยกันแบบตัวใครตัวมัน ตัดปัญหากระแสพรรคลากกันเข้ามายึดสภา
สูตรล่าสุดที่กำลังมาแรง มันก็เข้าล็อกพอดี.
ทีมข่าวการเมือง