ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/569102
โดย ทีมข่าวการเมือง 28 ม.ค. 2559 05:01

กลอนพาไป หรือให้เข้ากับฉากขลังๆกลางดงท็อปบูตขุนทหารใหญ่
กับช็อตที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อยู่ๆก็พูดถึงกระแส “ปฏิวัติซ้อน” โดยยืนกรานว่า “ผมไม่กลัว ใครพร้อมยกมือมาเลย”
ก่อนตัดบทเป็นนัยดักคอว่า อย่าไปเชื่อพวกยุแยงตะแคงรั่ว ไม่มีใครอยากได้ตำแหน่งอะไรทั้งนั้น ทุกคนที่เข้ามาเป็นคนดี อย่าดูถูกหัวใจทหารมากเกินไป ทุกคนช่วยเหลือกัน ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ดังนั้นอย่าดูถูกน้ำใจทหาร
มีควันก็ย่อมมีไฟ เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้อยู่ๆคงไม่พูดกันลอยๆ
ที่แน่ๆโดยจังหวะมันก็คล้อยหลังจากที่ “บิ๊กตู่” ย้ำสัญญาประชาคมให้ได้ยินไปทั่วโลกอีกครั้ง ประเทศไทยจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคม 2560 แน่ๆ ตามโรดแม็ป
ไม่เกี่ยวว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะผ่านประชามติหรือโดนคว่ำก็ตาม
พร้อมทิ้งไพ่ใบสุดท้าย อำนาจตามมาตรา 44 ที่ถืออยู่ในกำมือ กางโพยให้เห็นกันล่วงหน้าเป็นปีๆ ไม่ส่อลูก “ยื้อ” ให้เข้าเหลี่ยมพวกจ้องล้มเกมลากยาว
แน่นอน มุมหนึ่งก็น่าจะโยงกับกระแสสูตรการเลือกตั้งที่กำลังมาแรง ตามโจทย์การสลายพรรคการเมือง ไม่ให้มีขั้วเก่า ขั้วใหม่ โดยปล่อยให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กันแบบอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรค
แล้วค่อยไปรวบรวมเสียง ตั้งนายกรัฐมนตรีกันแบบจับปูใส่กระด้ง
ตัดปัญหาการต่อต้านขั้วเก่า ขั้วใหม่ เป็นรัฐบาลผสมที่ไม่ต้องเน้นเสถียรภาพมากมาย เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศให้บรรลุถึงธงเป้าหมาย ภายใต้เงื่อนไขของทหารและฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย
จากนั้นถึงค่อยมีการปล่อยให้การเมืองกลับสู่สถานการณ์เลือกตั้งตามภาวะปกติ
ว่ากันตามสูตรนี้ก็ถือว่าออกกลางๆ ไม่ซ้าย ไม่ขวา แรงเสียดทานน่าจะเบาบางสุด
แต่ก่อนอื่นเลย ไม่ว่าจะสูตรไหน ในเมื่อสัญญาณชัดขึ้นอีกระดับ กับการปล่อยไฟเขียวสนามเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมกลางปีหน้า 2560
“นักเลือกตั้งอาชีพ” ก็ต้องขยับแต่งตัวกันตั้งแต่ตอนนี้
ชัดเจนที่สุดก็เห็นได้จากเหลี่ยมเขี้ยวของยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในกระแสตลอด
ตามท้องเรื่องเริ่มจุดชนวนมาตั้งแต่ “ลุงเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลาสิกขามานั่งเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ กระตุกทุกสายตาให้จับเป้าโฟกัสความเคลื่อนไหวทางการเมือง
ในจังหวะต่อเนื่องมาถึงกระแสความพยายามเปลี่ยนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าววงในแรงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะกับสายของกลุ่ม กปปส.ที่จะขอกลับเข้าค่าย แต่ถูกตั้งแง่พวกนิยมการเมืองบนถนนที่ขัดกับภาพลักษณ์ตำนานสภาของประชาธิปัตย์
สถานการณ์ไล่เลี่ยกับการเปิดศึกสายเลือด ทีมงานประชาธิปัตย์ปฏิบัติการแฉปมเหม็นเน่าใน กทม. ภายใต้การบริหารของ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพราะปมท่อน้ำเลี้ยงไม่ถึงพรรค
ขณะที่อีกกระแส “คุณชายหมู” ก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ได้รับการสนับสนุนจาก “ลุงเทพ” ให้ขึ้นเสียบหัวประชาธิปัตย์แทนนายอภิสิทธิ์
แต่เข็นไม่ขึ้น จึงมีชื่อของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน มวยรุ่นใหญ่ของประชาธิปัตย์ โผล่มาประกบอีกคน
ก่อนที่เรื่องจะดำเนินไปถึงฉากหักดิบ พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดหางคุณชายสุขุมพันธุ์ ล่าสุดมาถึงขั้นที่ “มือปราบหูดำ” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ประกาศไขก๊อกจากกุนซือผู้ว่าฯ กทม.
ประชาธิปัตย์ลากยาวเป็นซีรีส์ มีข่าวรายวันเป็นกระแสตลอด
แต่นั่นก็ถือเป็นอานิสงส์กับรัฐบาลทหาร คสช. เพราะเป็นอะไรที่เข้าทาง อย่างที่เห็นปมร้อนๆ ประเด็นทุจริตชักหัวคิวการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ซาลงไปจนกระแสเบาบาง
แบบที่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะตัวเอกตามท้องเรื่อง เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าอุทยานราชภักดิ์ต่อไป ไม่อ้ำอึ้งเหมือนที่ผ่านมา
ในอารมณ์ที่ผู้คนในสังคมก็ไม่ได้จ้องจับตาตามกระแสที่ถูกเบนไปที่ข่าวของพระเอก “ปอ ทฤษฎี” กระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” และ ปมปั่นป่วนๆในประชาธิปัตย์
เบี่ยงตำบลกระสุนตกให้รัฐบาลทหารโดยอัตโนมัติ.
ทีมข่าวการเมือง