ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/200065
เชื่อว่าคอเพลงหลายๆ ท่านคงจะได้ยินเพลง “ทฤษฎีที่จอดรถ”กันมาสักพักแล้ว และคิดว่าน่าจะโดนใจบรรดาคนโสด ทั้งหญิงและชายกันไม่มากก็น้อย แต่ที่สำคัญคือเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วสนุกสนานได้ข้อคิด และเจ้าของบทเพลงนี้ “ลูกหว้า-พิจิกา” เองก็ตั้งใจทำเพลงนี้ขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้คนโสดโดยเฉพาะ
เรื่องราวในเพลงเป็นอย่างไร?
เพลงนี้เนื้อหาจะบอกถึงคนโสดว่า อย่าท้อ อย่ารู้สึกแย่ เหมือนบางครั้งเวลาเราขับรถแล้วเราวนหาที่จอดไม่ได้ เรามักจะหงุดหงิด เพราะว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้ ทั้งรถติด รถเยอะ ไม่มีที่จอด เราก็รู้สึกว่าไอเดียนี้ไม่ค่อยมีคนเอามาเล่าในเพลง และก็โจทย์ที่เราตั้งกับโปรดิวเซอร์ ก็คือว่าเราอยากได้เพลงที่เล่าเรื่องแตกต่าง โดยความที่เราหายจากการปล่อยซิงเกิ้ลไปประมาณเกือบ 2 ปี เราก็อยากจะนำเสนองาน
แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าลูกหว้าหายไปนานขนาดนั้น?
ใช่ เพราะเรามีเพลงประกอบละครตลอด และเราก็ไม่ได้หายไป เรามีผลงานด้านละครเวทีเรื่อยๆ มีงานอีเว้นท์ร้องเพลงอยู่ตลอด เพียงแค่ว่าตัวซิงเกิ้ลของเราเองไม่ได้ปล่อยมานานแล้ว เพราะฉะนั้นเราอยากปล่อยเพลงที่มันมีไอเดีย ซึ่งตัวเราเองก็ชอบมีปรัชญา แล้วโปรดิวเซอร์เขาก็เลยคิดว่าเราควรจะลิงค์กับเพลงนิดหนึ่ง ก็คือมันมีดีเทลของการเปรียบเทียบ มันได้ใส่ไอเดียความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย ซึ่งความโสดเป็นเรื่องที่อยู่กับเรามานานเช่นกัน ดังนั้น พูดเลยว่าเป็นเรื่องของเราเองค่ะ พูดง่ายๆ มันคือเพลงที่ให้กำลังใจคนโสด ให้ลองใช้ชีวิตชิลๆ ไป เดี๋ยวก็เจอเอง

ได้มีส่วนร่วมในการแต่งมากแค่ไหน?
พูดได้ว่ามีส่วนร่วมในการแต่งตั้งแต่วันแรกของการทำเพลงนี้ก็คือคุยไอเดียกันว่าในโชว์สดของเราที่ไปพร้อมกับวง เราต้องการโชว์ที่มีเพลงสนุกของเราเพิ่มขึ้น อันนี้คือโจทย์ทั้งหมด พี่โตน (โปรดิวเซอร์) ก็เก่งมาก สามารถเอาโจทย์ทั้งหมดไปแต่งเป็นเพลงนี้ได้ ดนตรีของเพลงนี้อาจจะซับซ้อนขึ้น ดนตรีจะดูเป็นสากลขึ้นมาหน่อย มันจะมีกลิ่นฟังค์ มันจะมีลักษณะของซาวนด์ที่ค่อนข้างแตกต่าง คนฟังอาจจะรู้สึกแปลก แต่ว่านักดนตรีส่วนใหญ่ที่ฟังเพลงนี้แล้ว ทุกคนจะบอกว่าชอบมาก เพราะว่าดนตรีมันมีอะไรที่ซ่อนอยู่ที่มันไม่ได้เล่นง่าย มันเหมือนจะฟังง่ายแต่มันมีรายละเอียด เราก็รู้สึกแฮปปี้ว่าเราก็ทำเพลงได้ตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ ซึ่งตัวเราเองเราไม่ได้คาดหวังเยอะมาก เราคาดหวังแค่ว่าอย่างน้อยเราได้นำเสนอสิ่งใหม่ และอยากขอบคุณสนามหลวงมิวสิกด้วย ที่ให้โอกาสได้ทำอะไรที่มันแตกต่าง เพราะว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เราร้องเพลงละคร เพลงละครมันค่อนข้างจะใช้ตัวตนเราประมาณครึ่งหนึ่ง มันจะมีความเด็กกว่านี้นิดหนึ่ง มีความหวาน ใช้ประกอบกับละคร เพื่อให้ละครมันสมบูรณ์ขึ้น
แต่ว่าจริงๆ ตัวเราเวลาเป็นศิลปิน แล้วทำงานออกมา เราอยากทำจากสิ่งที่เราเป็นมากกว่า เราไม่ใช่สาวหวานนัก คือเราอาจจะมีมุมหวานบ้าง แต่เราไม่ใช่คนงุ้งงิ้ง ถ้าฟังเพลงละครอาจจะดูหวานงุ้งงิ้งเลย แต่ถ้ารู้จักกันจะรู้ว่าพี่ไม่ได้เป็นแนวนั้น บางคอนเสิร์ตจะมีคนถามว่า นี่ร้องเพลงพลังแรงได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ทำไมในเพลงไม่เห็นทำอะไรแนวนี้เลย เราก็เลยอยากตั้งต้นจากสิ่งที่เราทำได้ด้วย มันก็เลยพยายามค่อยๆ ใส่ตัวเราลงมาในเพลงนี้ ซึ่งมันก็แล้วแต่ว่าคนจะเปิดใจรับแล้วเข้าใจในไอเดียเราแค่ไหน แต่ว่าเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่าความรู้สึกที่ว่าเราทำเพลงให้มันมีกลิ่นของตัวเราเข้าไปมากที่สุด
หลายคนฟังแล้วคิดว่าเปลี่ยนไปเยอะ แต่จริงๆ เป็นตัวเองเลยใชไหม?
อย่างที่บอกแหละ จุดเริ่มต้นเราอาจจะเริ่มมาด้วยความที่เราเด็ก เราก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ แต่ว่าระยะเวลาผ่านไป ถ้าจะนับตั้งแต่ตอนดูบาดู จนถึงตอนนี้ก็ 10 ปี แล้วนะ กับเพลง “ไม่ใช่ผู้ชาย”นี่คือ 10 ปีแล้ว ดังนั้น คนอายุ 20 กับคนอายุ 30 มันต้องเปลี่ยนค่ะ มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นปกติ ดังนั้นมันก็ต้องมีมุมที่เปลี่ยนไป

คนทั่วไปก็ไม่เคยเห็นลูกหว้าเต้น พอได้มาเต้นแล้วรู้สึกเขินไหม?
ไม่เขินเลย วันที่ถ่ายก็ไม่เขิน เพราะว่ามันเป็นการเต้นแบบฮาๆ สนุกสนาน ไหลไปตามเพลง มันไม่ถึงกับเป็นสเต็ป มันเป็นการเต้นแบบไหลๆ ซึ่งความบ้านี่มีในตัวเองตลอด อยากให้คนฟังเพลงแล้วสนุกไม่ต้องคิดอะไรกับมันมาก การเปรียบเทียบมันก็เป็นแค่การเล่าเรื่องในเพลง แต่เอาจริงๆ แล้วมันก็คือเพลงที่ฟังแล้วสามารถโยกไปตามเพลง สนุกไปกับมัน
แล้วมีฟีดแบ๊กมาว่ายังไงบ้าง?
จริงๆ แล้วเรามีหลายคนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันอาจจะเป็นคนในวงการ แต่พอเพลงนี้ปล่อยไป มันจะมีฟีดแบ๊กเข้ามาแบบฝากมาบอก ซึ่งบางคนก็เป็นคนที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์ว่า เขาก็ฟังเพลงเราด้วยเหรอ เขาจะโพสต์ว่า จริงๆ แล้วเพลงนี้ไม่เหมือนใครเลยนะเจ๋งมากเลย ดนตรีดีมาก แนวมาก คือมันก็จะมีฟีดแบ๊กที่เรารู้สึกว่ามันเป็นไปตามที่เราอยากให้เป็น คืออย่างน้อยมันเกิดสิ่งใหม่ๆ ที่พูดถึงว่าเรากำลังนำเสนออะไร และก็ข้อที่มันตลกและขำก็คือ ชอบเวลาคนเอาไปแตกประเด็น เช่น…“เฮ้ยพี่!! เพลงแนวมากนะ แต่ขอโทษมีที่จอดแล้ว” หรือประเภทแบบประมาณว่า “เก๋มากจะทำไงดี วนจนยางแตกแล้วนะ” หรือวันนั้นพี่พีเคพูดว่า “ถ้าสมมุติว่าจอดแล้วมันมีรถมาปิดท้าย แล้วออกไม่ได้ จะเปรียบเทียบยังไงดี” คือทุกคนจะมีมุขต่อจากไอเดียนี้ แสดงว่าคนแบบเขาเก็ทในไอเดียว่าเราต้องการทำเพลงนี้ให้มันเป็นมุขเฉยๆ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นแน่นอน ทุกคนจะเก็ทในไอเดียเพลงนี้ทั้งหมด พี่ก็ไม่ได้ตั้งความคาดหวังให้เป็นเพลงที่มีคนร้องทั่วร้านตลาด สำหรับตัวพี่ พี่แฮปปี้ที่ได้ทำแล้ว และก็ต้องขอบคุณค่ายที่เขาเปิดโอกาสให้เราได้ทำด้วย
อย่างที่บอกว่าเพลงนี้ มันจะมีความเป็นสากล เป็นอเมริกันฟังค์ ซึ่งซาวนด์มันก็ทำให้ค่อนข้างเป็นซาวนด์ 2015 ก็คือซาวนด์มันก็ไม่ได้เอ้าท์ไป คนที่ฟังดนตรีก็จะเก็ทว่าเราทำซาวนด์ให้มันค่อนข้างแปลกใหม่

คอนเซ็ปต์การแต่งตัวก็เปลี่ยนด้วยใชไหม?
คอนเซ็ปต์ลูกหว้าต้องมีหมวก คือมีการเปลี่ยนสไตล์หมวก และก็เน้นสีปากดูชัดขึ้น ก็คืออยากให้มันมีสีสันมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่คุมโทนเดิม ก็คือวันที่ไปถ่าย สไตลิสต์ก็บอกว่าสีปากเอาแจ่มๆ หน่อยไหมเพราะว่าเพลงมันเป็นเพลงเก๋ น่าจะมีลุคที่สีปากมันชัดขึ้น ส่วนสไตล์ก็คือเป็นของทีมเราคิด และก็สไตลิสต์ก็ช่วยกันคิด อยากให้ออกมาดูทันสมัยขึ้น และก็อย่างที่บอกเราไม่ได้เป็นสาวหวานขนาดนั้น เขาก็เลยพยายามดึงสิ่งที่เราเป็นให้ออกมาชัดขึ้น จากเมื่อก่อนแบบอาจจะร้องเพลงหวานจริง แต่เผอิญตัวเราไม่หวานไง เขาก็เลยรู้สึกว่าถึงเวลาที่เราจะไม่หวานแล้ว ก็คือให้มันดูเป็นอีกมุมหนึ่ง เรื่องหวานก็คือเป็นการร้องเพลงไป แต่บุคลิกเราก็ให้มันชัดไปเลย
พูดถึงผลงานด้านอื่น?
ลูกหว้าจะมีงานด้านมิวสิคัลเรื่อยๆ อย่างที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ นี่ก็มีเรื่อง “มอม เดอะมิวสิคัล” บทประพันธ์ของ หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช จะเล่นสลับกับพี่น้ำมนต์-ธีรนัยน์ และก็กลางปีจะมีอีกหนึ่งเรื่อง อันนี้เขายังไม่ให้บอกชื่อ แต่ว่าเรื่องนี้ก็สนุก เรื่องนี้จะเป็นแนวทันสมัยค่ะ
ความรู้สึกกับงานด้านมิวสิคัล?
จริงๆ ต้องบอกว่ามันเป็นโอกาสของเราที่ได้เล่นเดอะมิวสิคัลต่อกัน 3 เรื่อง ในปีที่ผ่านมา สำหรับเดอะซาวนด์ ออฟ มิวสิค ก็ไปออดิชั่นธรรมดาเลย เพราะว่าตอนที่เปิดออดิชั่น เราก็ดูแล้วว่าบท “มาเรีย” เขาต้องเอาคนที่เด็กกว่าเราแล้วล่ะ ดังนั้น เราขอออดิชั่นบทนี้แล้วกัน เป็นบทตัวร้าย แต่ก็ไม่ได้ร้ายขนาดนั้น ต้องขอบคุณ “ป้าแจ๋ว” ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ที่สามารถสร้างคาแร็กเตอร์ตัวละครที่ชื่อ “เอลซ่า” ที่อยู่ในเดอะซาวนด์ มิวสิก ให้มีสีสัน เป็นรสชาติที่คนไทยจะชอบ แต่มันก็ไม่ได้ดูร้ายไปจนแบบดูเป็นตัวละครตัวร้าย มันยังดูเป็นตัวละครฝรั่ง ความหรู แต่มันก็มีความตลกอยู่ในนั้นด้วย ก็ดีใจที่ได้เล่นเรื่องนี้ เพราะว่าเราได้พัฒนาเรื่องจังหวะคอเมดี้เพิ่มขึ้น
ส่วนในเรื่อง “มอม” จะเป็นแนวดราม่าเลยค่ะ เป็นเรื่องราวในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ซึ่งแก่นของเรื่องพยายามจะบอกว่าสงครามมันมีผลกับชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะประชาชนไปจนถึงน้องหมา น้องแมว คือความรุนแรงมันมีผลจริงๆ กับสังคม อันนี้คือแก่นหลักๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันก็จะพูดถึงในเรื่องของความสัมพันธ์ของคนที่รักหมา อันนี้ทุกคนอินอยู่แล้ว แต่ว่าตัวบทจะเป็นนายผู้หญิงคือเป็นนายของมอม คือมอมจะมีทั้งนายผู้ชายและนายผู้หญิง เขาจะรักนายมาก นายผู้ชายเป็นคนเอามาเลี้ยง นายผู้หญิงก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนให้เห็นถึงผลของสงครามที่มันทำลายครอบครัว มันทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก เกิดความสูญเสีย เรื่องนี้มันก็เลยเป็นดราม่าเลย เพราะว่าจากชีวิตดีๆ ของครอบครัวหนึ่งในยุคนั้น พอเจอสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงแม้ว่าบ้านเราจะไม่ได้เป็นต้นตอของปัญหา แต่สุดท้ายมันก็มีผลมาถึงบ้านเรา และมันก็จะมีคนจำนวนหนึ่งในยุคนั้นที่ชีวิตต้องล่มสลายไปเพราะสงคราม มันก็เลยมีการนำเสนอออกมาแนวดราม่าเลย ยากมากเพราะเราต้องเล่นเป็นคนที่มีลูกเล็กๆ ซึ่งเราไม่มีครอบครัว เราจะต้องใช้จินตนาการ ทำการบ้าน และก็พี่น้ำมนต์ที่แสดงร่วมที่เป็นตัวบทเดียวกัน ที่สลับกันเล่นเนี้ย พี่น้ำมนต์มีลูกสาวอยู่แล้วด้วย เราก็ได้เรียนรู้วิธีการ จากพี่ที่มีประสบการณ์ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข้อดีของการได้เล่นละครเวที คือเราจะได้เจอคนใหม่ๆ เรียนรู้คนใหม่ๆ ก็สนุกดี ช่วงนี้ก็เป็นช่วงของการเข้าไปซ้อมเรื่อยๆ
ได้ทราบถึงผลงานต่างๆ มากมายของสาวมากความสามารถคนนี้ไปพอสังเขปแล้ว เชื่อว่าเธอคนนี้จะยังมีความสามารถอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นไว้อยู่อีกมากแน่ๆ อยากให้ลองมอง ลองติดตามเธอไปเรื่อยๆ รับรองว่าคุณจะต้องทึ่งกับความเป็น “ลูกหว้า-พิจิกา” ไม่น้อย!
“ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เพจ Facebook “pijika” หรือ IG “pijika_offioial” เดี๋ยวนี้ระบบที่สามารถฟังเพลงถูกกฎหมายมีเยอะแล้วค่ะ ไม่แพง อย่างเช่น ไลน์มิวสิค แอปเปิลมิวสิค KKBOX หรือว่าจะเป็นที่ดาวน์โหลดจาก itunes ก็ได้ หรือว่า *1231123 ของแกรมมี่ก็ได้ ได้ทุกทางเลย หรือจะให้ดี ดูในยูทูบก็ได้ รับรองว่ามิวสิกวีดีโอของเราแจ่มมาก เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่น อยากให้เข้าไปดูกัน”
