กษ.สร้างระบบแปลงใหญ่76จว. จ่อเสนอของบจัดซื้อเครื่องจักร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/204214

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 10.41 น.
26 ก.พ. 59 พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จะเร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมและล่าสุดได้สั่งการไปแล้วในการจัดทำแปลงใหญ่ใน 76 จังหวัดให้มีความสมบูรณ์เพื่อเห็นผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรได้จริงตามแนวทางประชารัฐและจะมีจัดเกษตรมารวมกลุ่มทำเกษตรแบบแปลงใหญ่  ในรูปสหกรณ์หรือเป็นเพียงการรวมกลุ่มกันก็ได้มีภาคเอกชนคือสภาหอการค้าทีมีอยู่แล้วทุกจังหวัดทั่วประเทศไปแนะนำเรื่องการบริหารจัดการและการตลาดเกษตรกรควรปลูกอะไรคุณภาพแบบไหนตลาดต้องการอะไรเชื่อมโยงกันให้ได้เพราะภาคเอกชนจะมีความเชี่ยวชาญมากกว่า  ขณะที่ภาครัฐคือกระทรวงเกษตรฯจะเข้าไปสนับสนุนในด้านเงินทุนและวิชาการด้านการเกษตรไม่ว่าจะด้านพืชประมงและปศุสัตว์  สภาพพื้นที่ควรจะทำการเกษตรแบบไหนทำอย่างไรถึงจะลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯมีแนวคิดว่า ถ้าทำให้เกษตรกรมีความเปลี่ยนแปลง และรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนได้มาทำแปลงใหญ่ได้ เกษตรกรจะมีความเข้มแข็ง และลืมตาอ้าปากได้  การรวมแปลงใหญ่ก็จะขยายผลในวงกว้างมากขึ้น แม้จะมีหลายขั้นตอนและใช้ระยะเวลาให้เค้ามารวมกันทำแบบนี้ได้แต่ถ้ามันเกิดขึ้นได้จะเป็นการปฏิรูปภาคเกษตรได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนซึ่งแผนดำเนินการขณะนี้ได้สั่งการให้  ได้สั่งการให้คณะทำงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เขียนแผนงานโครงการ  หลักเกณฑ์วิธีการที่ภาครัฐจะให้การสนับสนุนงบประมาณในการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยและกำหนดเวลาการชำระคืนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรเครื่งมือที่จำเป็นในแต่ละแปลงที่เสนอความต้องการ เข้ามา  เช่น มอเตอร์พูล โรงอบรถตัดอ้อยในแปลงที่เค้ารวมตัวกันภาครัฐต้องทำโครงการนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป”ได้เสนอแนวคิดนี้ไปกับท่านนายกฯ แล้วว่าต้องเสนอของบประมาณจากรัฐบาล เมื่อพื้นที่ไหนรวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ได้แล้ว กลุ่มเกษตรกรก็ต้องเสนอแผนมาว่าถ้าทำแปลงใหญ่ข้าว 2,000 ไร่ อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้มีอะไรบ้าง แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่อาจออกมาว่าใน 2,000 ไร่ ต้องกู้ 5 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาทก็ได้ แล้วแต่ประเภทแล้วแต่ขนาดภาครัฐก็เข้าไปดูว่าควรมีอะไรบ้างไม่ได้เป็นการให้เปล่าแต่อุกรณ์เหล่านั้นจะเป็นของเกษตรกรเมื่อได้ผลกำไรคืนต้องชำระคืนรัฐภายในระยะเวลากี่ปี

อย่างไรก็ตามได้กำหนดเป้าหมายว่าในปี 59 จะต้องเกิดแปลงใหญ่ขึ้นให้ได้ และในช่วงระยะ 2 ปี น่าจะมีแปลงใหญ่เกิดขึ้นราว 300 แปลง ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศทำแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีรายได้ที่สูงขึ้นเช่น กรณี อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เกษตรกรปลูกมันปลูกอ้อย ที่สร้างรายได้ไม่มากนักไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่พื้นที่มีความเหมาะสมสามารถเลี้ยงแพะได้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ก็จะเข้าไปส่งเสริม เมื่อเกษตรกรเลี้ยงมากขึ้น ก็สามารถรวมกันเป็นแปลงใหญ่  ที่ภาครัฐ เอกชน จะเข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็งได้

 

Leave a comment