‘ฉัตรชัย’ระดมสมองผู้บริหารกษ. เร่งปฎิรูปภาคเกษตรทั้งระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203440

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 15.13 น.
21 ก.พ.59 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการประชุมผู้บริหารระดับสูง ถึงมาตรการขับเคลื่อนนโยบายปฎิรูปการเกษตร หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ดูสภาพปัญหาจริงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ประสบปัญหาวิกฤตภัยแล้งหนัก ใน 4 จังหวัด เช่น จ.สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี และลพบุรี ว่า นำสภาพปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงเพื่อเป็นแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ซึ่งการแก้ปัญหาภาคเกษตรในขณะนี้ต้องทำพร้อมๆ กันกับการวางรากฐานปฎิรูปเกษตรเกิดประสิทธิภาพทั้งระบบ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปด้วย

“ช่วงที่ผมเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ กว่า 5 เดือน มีนโยบายปฎิรูปการเกษตร ขับเคลื่อนโดยผ่านคณะทำงานสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ หรือซิงเกิลคอมมานด์ ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโอกาสการแข่งขันสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการด้านตลาด เราทำงาน 5 เดือน ผมอยากให้ผู้บริหาร รองอธิบดีขึ้นไป เข้ามาเร่งรัดนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว เพราะการทำงานแบบทหารต้องหวังผลสัมฤทธิ์ อาจมองว่าใจร้อน แต่นายกรัฐมนตรีใจร้อนกว่าผมมาก และทุกคนคาดหวังจากรัฐบาลทหารสูงมาก อยากให้จัดการทุกเรื่อง เพราะรู้ว่ารัฐบาลเลือกตั้งมาแล้วจะไม่ได้ทำ” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ดังนั้น เมื่อลงพื้นที่จริงต้องนำเอาปัญหามาวิเคราะห์ถึงอุปสรรค เพื่อให้งานภาคเกษตรมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา ราคาสินค้าตกต่ำ ภัยแล้ง

รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ได้สั่งการให้ทุกกรมลงไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกร บรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรับทราบประชาชนส่วนใหญ่พอใจมาตรการการช่วยเหลือภาครัฐกว่า 80% และเกษตรกรให้ความร่วมมืออย่างดี น่าพึ่งพอใจในการลดการทำนาปรังกว่าครึ่งจากปี 58

อย่างไรก็ตาม ปัญหาภัยแล้งน่าเป็นห่วง มีพื้นที่กระทบภัยแล้งทั่วประเทศ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำไม่สามารถดูแลพื้นที่เพาะปลูกได้ นายกฯ ได้สั่งการให้นำมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล ลงพื้นที่และเดินหน้าเต็มที่ภายในเดือนนี้ ทั้งในส่วนกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กองทุนหมู่บ้านๆ 5 ล้านบาท ให้เกษตรกรผ่านภัยแล้งไปได้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่าประชาชาพอใจมาตรการภาครัฐมาก เพราะมีกว่า 200 โครงการ จากทุกหน่วยงานลงไปช่วยชาวบ้าน

“นายกฯ ยังกังวลว่าจะดูแลประชาชนทั่วถึงมากน้อยอย่างไรในเรื่องน้ำกินน้ำใช้ โดยล่าสุดทั่วประเทศประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 11 จังหวัด รวมแล้ว 40 อำเภอ ซี่งนายกฯ ได้สั่งการให้กองทัพภาค 1 ดูแลช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำกินน้ำใช้ ในพื้นที่ภาคกลางอย่างเต็มที่ และกองทัพภาคอื่นดูแลในพื้นที่รับผิดชอบ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรนเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการทุกกระทรวง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ในฐานะตนเป็นประธานคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขวิกฤตภัยแล้ง จะเรียกประชุมเกาะติดสถานการณ์ภัยแล้งทุกกระทรวงสัปดาห์หน้า เรียกทุกหน่วยงานมาวางแผนมาซักซ้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดรุนแรงขึ้นในช่วงเดือน มี.ค.และ เม.ย.นี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าดูแลเต็มที่ไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้แน่นอน ในช่วงแล้ง 3 – 4 เดือนนี้

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า สถานการณ์การภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางยังวิกฤต ต้องผลักดัน มาตรการต่างๆ เดินหน้าเต็มที่ สามารถบรรเทาภัยแล้งได้ระดับหนึ่ง โดยชาวบ้านพอใจศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพ ทุกเภอ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ ฝึกอบรม ชาวบ้าน ได้รับวันละ 200 บาท เป็นค่าอาหาร ค่ารถ รวมทั้งบ่อน้ำขนาดเล็ก บ่อบาดาล มีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ช่วงนี้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำด้วย และภาคราชการต้องปรับตัวให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพราะภัยธรรมชาติมีความรุนแรงขึ้น

ขณะที่ นายณรงค์ ลีลานนท์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำน้อยระดับวิกฤตในลุ่มเจ้าพระยามีต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีน้ำฝนไหลเข้าเขื่อนหลักเลย เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีเพียงเขื่อนสิริกิติ์แห่งเดียว ที่มีน้ำไหลเข้าวันละ 2 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งปริมาณน้ำฝนปีนี้ยังน้อยกว่าปี 58 ช่วงเวลาเดียวกันถึงร้อยละ 50 นับว่าเป็นปีที่โชคไม่ดีสำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวรอน้ำฝน หลังจากที่เจอภัยแล้งมา 2 ปี ในส่วนสถานการณ์น้ำกินน้ำใช้ มีสำรองไว้ 1.5 พันล้าน ลบ.ม.ในกรณีฝนทิ้งช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค.

Leave a comment