‘ฉัตรชัย’เร่งทำแผนที่เสี่ยงขาดน้ำ เฝ้าระวัง68จ.315อ.ดูแลพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/204865

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559, 18.45 น.
1 มี.ค. 59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯเรียกประชุมคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขวิกฤติภัยแล้ง วันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) ที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอทราบผลการดำเนินการของทุกกระทรวงในการวางมาตรการรับมือและแก้ไขสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะแจ้งให้ชัดเจนถึงปริมาณน้ำบาดาลที่นำมาใช้ได้มีปริมาณน้ำใต้ดินเท่าไหร่ และมีบ่อบาดใช้งานได้เท่าไหร่ ต้องขุดเพิ่มกี่บ่อ เพราะแผนที่น้ำยังขาดตรงนี้อยู่ ซึ่งต้องเร่งรัดให้มีน้ำกิน น้ำใช้ในพื้นที่ทุกตำบล ไม่ให้ขาดน้ำ โดยเฉพาะหลายอำเภอใกล้วิกฤติขาดแคลนน้ำที่ทุกหน่วยงานต้องดูแลเป็นพิเศษ

“ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ มีเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง แต่ไม่ให้พื้นที่การเกษตร ทำให้การระบายน้ำคงที่ 17-18 ล้านลบ.ม.ต่อวัน สามารถผลักดันน้ำทะเลไม่ลุกเข้าน้ำจืด หากน้ำทะเลหนุนสูงจะปล่อยน้ำมาเพิ่ม จากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราการไหล 75-80 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามช่วงขึ้นลงของน้ำทะเลที่ไม่ได้หนุนตลอดทั้งเดือน ช่วงหนุนจะปิดประตูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนในช่วงเดือนมี.ค.- เม.ย. เป็นช่วงสถานการณ์แล้งจัด หลายฝ่ายกังวลเรื่องน้ำหายกลางทางที่ปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาจนถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีมาตรการคุมเข้มมากเฝ้าระวังมาก ขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ชลประทานไปปิดประตูเอง หากพบว่ามีการดักสูบน้ำไปใช้นอกแผนจะปิดเลย โดยจะปิดประตูจุดเชื่อมต่อแม่น้ำต่างๆไม่ให้น้ำเข้าไป ” นายสุเทพ กล่าว

นายทองเปลว กองจันทร์ ผอ.สำนักอุทกวิทยา และโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่ากรมชลประทาน ได้ทำแผนที่น้ำในแต่ละอำเภอที่ใกล้วิกฤติขาดน้ำ และอำเภอเฝ้าระวัง โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ต้องนำผลสรุปการตรวจสอบน้ำบาดาลที่มีอยู่ พอหรือไม่ ถ้าไม่พอต้องใช้รถบรรทุกน้ำมาส่งให้ทั่วถึง โดยมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบระหว่าง กระทรวงกลาโหม กระทรงงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบพื้นที่ ใกล้วิกฤติขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ มี 76 อำเภอ ใน 28 จังหวัด

“ปริมาณน้ำบาดาลมีเท่าไหร่ กรมทรัพย์ต้องส่งข้อมูลมาโดย ระบุความชัดเจนปริมาณน้ำที่มีอยู่แหล่งบาดาล หากมีพื้นที่ไหนขาด จะใช้รถบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำข้างเคียงขนไปให้ประชาชน โดยให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบ จะได้มาเขียนแผนที่น้ำให้ชัดเจน ตามนโนยายนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรฯที่กำชับช่วงแล้งประชาชนจะขาดน้ำไม่ได้” นายทองเปลว กล่าว

นายทองเปลว กล่าวว่า พื้นที่เฝ้าระวัง 315 อำเภอ 68 จังหวัด รวมทั้งหมด 391 อำเภอ ที่อาจเกิดปัญหาเรื่องแหล่งน้ำต้นทุน มาตรการทั้งหมดตอนนี้ดูแลเข้มข้นมากทุกหน่วยงาน ดูแลเป็นพิเศษ ไม่ให้น้ำขาดน้ำกินใช้แน่นอนที่นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายมาแล้ว สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ในพื้นที่กรุงเทพฯมีการปลูกข้าวนาปรังมาก จะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เช่นเขตลาดกระบัง มีนบุรี สายไหม และคลองสามวา รวม 6.5 หมื่นไร่ แต่ยังไม่มีกระทบเรื่องน้ำกินน้ำใช้

ในส่วน จ.ปทุมธานี 1.2 แสนไร่ นนทบุรี 6.3 หมื่นไร่ พระนครศรีอยุธยา 2.6 แสนไร่ สุพรรณบุรี 3 แสนไร่ อ่างทอง  1.6 หมื่นไร่ สิงห์บุรี 5.7 พันไร่ ลพบุรี 1.8 หมื่นไร่ นครสวรรค์ 7.2 หมื่นไร่ กำแพงเพชร 2.5 หมื่นไร่ พิจิตร 1.4 หมื่นไร่ พิษณุโลก 4.7 หมื่นไร่ ฉะเชิงเฉรา 1.6 แสนไร่ นครปฐม 8.1 หมื่นไร่ ชัยนาท 9.3 หมื่นไร่ เป็นต้น

โดยปลูกสะสมมาตั้งแต่วันที่1 พ. ย.58ถึงปัจจุบัน รวม 1.97 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว5.2 แสนไร่ เหลืออยู่1.45 ล้านไร่ ที่ค้างทุ่งอยู่ ซึ่งพื้นที่ตอนบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใกล้เกี่ยวแล้ว แต่พื้นที่ตอนล่าง เช่นกรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ปลูกล่ากว่าพื้นที่อื่น อาจมีบางส่วนได้รับผลกระทบแต่ถ้าอยู่ในอธิพลน้ำขึ้นน้ำลงจะใช้น้ำนอนคลองสามารถรอดได้

“สถานการณ์น้ำโดยรวมยังคุมอยู่ ใช้มาตรการส่งน้ำเปิดปิดเป็นครั้งคราว ส่งเข้าแม่น้ำ ลำคลองต่างๆเป็นรอบเวร เปิดรับน้ำ10 -15 วันเพื่อเอาน้ำเข้าไป ให้สูบผลิตประปากินใช้ ทุกลำน้ำมีแผนจัดการชัดเจนหมดแล้ว ตามรอบเวรการใช้น้ำ มีแผนปิดเปิด ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ” นายทองเปลว กล่าว

Leave a comment