ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/204813
1 มี.ค. 59 เมื่อเวลา 10.40 น. กลุ่มชาวประมง อ.บ้านแหลม และชาวประมง ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี กว่า 100 คน นำโดยนายอภัย ใคร่ครวญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 และนางอัญชลี สังข์สัมฤทธิ์ ประธานกลุ่มชาวประมงลอบหมึกสาย เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เรื่องขอให้กรมประมงยกเลิกการออกใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์อย่างเดียวและห้ามชาวประมงครอบครองใบอนุญาตหลายชนิด เนื่องจากชาวประมงไม่สามารถทำการประมงได้ตามปกติ สร้างความเดือนร้อนอย่างมาก
นายอภัย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลออกประกาศห้ามชาวประมงครอบครองใบอนุญาตหลายชนิด โดยกำหนดให้ขออนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพียงเครื่องมือเดียว ส่งผลทำให้ชาวประมงจังหวัดเพชรบุรีไม่สามารถทำการประมงได้ตามปกติ ทั้งที่การทำประมงในอ่าวตัว ก. เป็นการทำประมงที่ไม่ได้ละเมิดต่อบุคคลอื่นและไม่มีผลกระทบต่อทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่กลับกันชาวประมงยังเป็นผู้ผลิตสินค้าประมงชั้นดีให้แก่ประเทศ การประกาศกำหนดให้ออกใบอนุญาตทำการประมงเพียงอย่างเดียว ถือเป็นมาตรการบังคับที่ไม่เป็นธรรมสำหรับชาวประมงทั่วประเทศ ทำให้ชาวประมงถูกกำจัดสิทธิ์ในการประกอบอาชีพ ส่งผลเสียหายกับชาวประมงอย่างมาก
“เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลมากำจัดสิทธิ์ชาวประมงพื้นบ้าน แต่กลับให้สิทธิ์การทำประมงแบบพาณิชย์เรืออวนลากเดี่ยว ลากคู่ ลาหอย ที่เป็นการทำประมงที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากกว่าการทำประมงแบบอวนปู อวนปลา อวนกุ้ง โดยเฉพาะการทำประมงลอบหมึกสายเปรียมเหมือนการสร้างประกาลังหรือการสร้างบ้านให้สัตว์น้ำได้มีพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์และขายพันธุ์ได้เพิ่มมากขึ้น” นายอภัยกล่าว

นางอัญชลีกล่าวเสริมว่า เดิมที่รัฐบาลออกอาญาบัตรใบเดียวสามารถทำประมงได้หลายชนิด บางครั้งยังหาไม่พอกินพอใช้ แต่ครั้งนี้กลับมากำหนดให้ขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพียงเครื่องมือเดียว ยิ่งสร้างความเดือนร้อนให้แก่ชาวประมงเป็นอย่างมาก เพราะอาชีพประมงจะเป็นช่วงฤดู เช่นการทำประมงลอบหมึกสายที่จะมีช่วงฤดูอยู่ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น หากชาวประมงเลือกใบอนุญาตประเภทเดียว เมื่อถึงช่วงฤดูอื่นชาวประมงจะไม่สามารถออกหากินได้ แล้วชาวประมงจะหาเงินมาใช้จ่ายและเลี้ยงครอบครัวกันอย่างไร จึงรวมตัวมาขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ประสานไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาโดยด่วน