‘บิ๊กตู่’วอนเกษตรกรสร้างความเข้มแข็ง อย่าปล่อยให้คนมาหาผลประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203928

วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 17.01 น.
24 ก.พ. 59 เวลา 14.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสหกรณ์ดีเด่น ประจำปี 2559 พร้อมกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี สหกรณ์ไทยว่า วันนี้เราจะพูดถึง 100 ปี ข้างหน้า ว่าสหกรณ์จะมีการเจริญเติบโตไปถึงไหน แต่ตนคงไม่ได้อยู่ และคงไม่มีใครอยู่แล้วในที่นี้ รัฐบาล และคสช.นี้เข้ามาก็เพื่อวางพื้นฐานโดย 2 ปีกว่านี้ก็ทำไปแล้วหลายเรื่อง แต่ปัญหามันมาก ก็ไม่เป็นไร พวกเรายินดีที่จะทำเพื่อประชาชน เห็นรอยยิ้มแล้วก็ดีใจ ใน 100 ปีข้างหน้าจะมีการเดินหน้าไปด้วย 2 ปีแรกที่ตนได้ทำงานมา และอีกสัก 5 ปี จากนี้ไป แต่คงไม่ใช่ตนเป็นเรื่องของการปฏิรูปทั้งหมด รวมทั้งระบบสหกรณ์ เนื่องจากไม่ได้ปฏิรูปกันมานาน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนของประชารัฐ เพราะเราต้องการให้ประชาชนเข้มแข็งด้วยตัวเองตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีธรรมาภิบาล เมื่อเข้มแข็งด้วยตัวเองก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาบิดเบือนได้ แต่ถ้าไม่เข้มแข็งปัญหาจะเกิดขึ้นเหมือนเดิมแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ทุกคนจึงต้องพัฒนาตัวเอง การที่รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็เพื่อเยาวชนคนรุ่นหลัง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์ทั้งประเทศมีทั้งหมด 8,230 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์ชั้น 1 จำนวน 2,252 แห่ง ชั้น 2 จำนวน 4,100 แห่ง ชั้น 3 จำนวน 788 แห่ง ส่วนสหกรณ์ชั้น 4 ที่เลิกกิจการไปแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการชำระบัญชี มีจำนวน 1,088 แห่ง ซึ่งทุกคนต้องยอมรับในกติกาดังกล่าว และพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง และเหลือเพียง 1,2,3 เท่านั้น รัฐบาลตั้งเป้าหมายยกระดับสหกรณ์ทั้งหมดในปี 2560 สหกรณ์ชั้น 1 จะต้องมีจำนวนทั้งสิ้น 4,629 แห่ง ชั้น 2 จะต้องเหลือจำนวน 2,173 แห่ง และชั้น 3 จะต้องเหลือเพียง 340 แห่ง ส่วนชั้นที่ 4 จะต้องปิดบัญชีทั้งหมด  ซึ่งรัฐบาลจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้น โดยระบบประชารัฐคือการสร้างประชาชนรายย่อยให้เป็นเกษตรกรแปลงใหญ่มีการเชื่อมต่อกับระบบสหกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งเป็นภูมิภาค

“ช่วงนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวทั้งโลก เราต้องรักษาระดับของประเทศไว้ให้ได้ โดยรักษาระดับการเจริญเติบโตของจีดีพี ปีที่ทะเลาะกันมากๆ ในปี 57 มันติดลบ แต่วันนี้ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากติดลบมาเป็น 0.9 ในปีที่แล้วขึ้นมา 1 กว่าๆ เกือบ 2 และปีหน้าคาดว่าน่าจะถึง 3 ถ้าไม่มีอะไรเป็นเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ทุกคนต้องเข้าใจว่าประเทศเราเดินหน้าด้วยอะไร ถ้าไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเครื่องมือให้คนมาหาผลประโยชน์ ให้คนที่มือนิ่มมาเอาผลประโยชน์จากพวกท่านที่มือหยาบกร้าน ที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ใช่ต้องการสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องการให้สร้างศักยภาพของตัวท่านเอง ถือเป็นศักดิ์ศรี อย่าทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยภาพลวงตาต่างๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้สหกรณ์ มีความเข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกันก็พบการทุจริต แต่ไม่ขอพูดที่ไหนบ้าง ซึ่งสะท้อนจากผลกำไรที่มี ในวันข้างหน้า สมาชิกสหกรณ์จะต้องเป็นเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น อย่าให้ใครเอาเงินก้อนใหญ่มาลงแล้วมาทำให้ล้ม ดังนั้นอยากให้ตระหนักตรงนี้ด้วย ซึ่งสหกรณ์สามารถเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องดูด้วยว่าปัจจุบันมีความก้าวหน้าแค่ไหน ถ้าสหกรณ์มีความเข้มแข็งเกษตรกรก็จะเป็นเจ้าของกิจการเองเหมือนที่ต่างประเทศทำกัน ทั้งนี้ตนอยากเสนอให้สหกรณ์มีการปรับปรุงรูปแบบยกระดับเป็นธนาคารสหกรณ์เกษตรจะทำได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งขึ้น อาจจะจ้างผู้บริหารมาช่วย โดยที่เกษตรกรต้องนั่งเป็นบอร์ดเอง

“อยากให้มองการแก้ปัญหาลักษณะนี้ ประเทศไทยเป็นสังคมประชาธิปไตย ทุนนิยมแบบเสรีก็ต้องมีอยู่ ลงทุนมากก็ต้องได้มาก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาเพราะไม่ได้สั่งคนได้ แบบประเทศสังคมนิยม ซึ่งสั่งคนได้มากกว่าผมอีก ขนาดผมมีมาตรา 44 อยู่ในมือยังสั่งคนไม่ได้เลย”นายกฯ

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสหกรณ์อยากจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับปัญหาของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ดีอยู่แล้วแต่ต้องแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ให้เรียบร้อย ในเรื่องของการรวมตัวเป็นสหกรณ์นั้นข้อเสียของเราคือยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร เพราะยังขาดบุคคลากรที่จะมาทำงาน เช่น ทำบัญชี เป็นธุรการ เป็นต้น เหล่านี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้ดูแล รัฐบาลมุ่งหวังทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และไม่อยากเห็นสหกรณ์อ่อนแอลง แต่เราต้องการทำให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง โดยทุกคนต้องเริ่มจากนึกถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทำอะไรก็ต้องมีเหตุมีผล รู้จักประมาณตน วันนี้รัฐบาลได้เริ่มโครงการตลาดประชารัฐเพื่อหาวิธีการสร้างรายได้ให้กับประชาชน ให้คนมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน นายกฯ กล่าวต่อหยอกล้อกับผู้ร่วมงานตอนหนึ่งว่า “มีคนถามว่าทำไมไม่เห็นใจคสช.เลย จากนั้นก็มีคำตอบว่าคสช.เป็นทหารจึงไม่ต้องเห็นใจ เพราะมีความอดทนอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรท่านก็ไม่สามารถมาไล่ผมตอนนี้ได้อยู่แล้ว”

Leave a comment