ย้ำสื่ออย่าสร้างความตื่นตระหนก ยันปริมาณน้ำในเขื่อนได้ถึงส.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203044

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 18.13 น.
18 ก.พ. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเชิญบรรณาธิการสื่อ 23 แห่ง ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับกระทรวงเกษตรฯเพื่อขอความร่วมมือในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกภาคส่วนและเกษตรกร ในการแก้ไขวิฤกติภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ว่าวิฤกติภัยแล้งครั้งนี้กระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงประชาชนมากให้หาทางลดผลกระทบในช่วงฤดูแล้งคาดว่ายาวนานอาจไปถึงเดือนก.ค. ทั้งนี้ตนสั่งให้ข้าราชการระดับ9 ระดับรองอธิบดีขึ้นไปทุกกรมลงพื้นที่4 จ.ภาคกลางในช่วง 20-21 ก.พ.นี้เพื่อดูปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งจริง พร้อมกับขับเคลื่อนมาตรการของรัฐบาลอย่างเต็มที่ใน 8 มาตรการ วงเงินกว่า 1.8 พันล้านบาท และจะเข้าครม.วังอังคารหน้า(23 ก.พ.)อีก 2.9 พันล้านบาท โครงการที่เสนอมาจากชุมชนทั้งหมดช่วยเหลือด้านรายได้ ค่าครองชีพให้เกษตรกรและประชาชนกระทบภัยแล้งทั่วประเทศภายในเดือนก.พ.นี้ หากมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร นำมาเสนอตนเพื่อมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป

“ยืนยันว่าผมทำเต็มที่ ช่วงที่มาเป็นรมว.เกษตรฯได้ 5 เดือนเศษ  ซึ่งนายกฯต้องการให้มาหาวิธีการทำมาตรการช่วยเหลือภัยแล้งให้ดีขึ้น ที่ผ่านมาผมได้วางมาตรการรับมือวิฤกติภัยแล้งตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 58 แต่งานกระทรวงเกษตรฯเยอะมากไม่มีรัฐมนตรีช่วย  ผมอยากมีเวลาทำงานมากกว่า 24 ชม.เพราะตั้งใจปฎิรูปวางรากฐานเกษตรใหม่ทั้งหมด แต่ในขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นโดยมีพื้นที่ประกาศพิบัติภัยแล้ง 11 จ. เนื่องจากแหล่งน้ำดิบผลิตประปามีปัญหาขาดแคลน ต้องใช้รถขนน้ำ เจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่มอีก 2,900 บ่อ แล้วเสร็จเดือนเม.ย.นี้ โดยกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) หน่วยงานทหารทั้งหมดเร่งรัดดำเนินการ โดยนายกรัฐมนตรี สั่งการให้แม่ทัพภาค ทุกพื้นที่ ใช้รถขนน้ำไปช่วยเหลือประชาชน ตั้งคณะกรรมการบริหารวิฤกติภัยแล้ง และมีทุกหน่วยงานร่วมด้วย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องน้ำกินน้ำใช้ก่อนอันดับแรก ซึ่งในช่วง 2ปี ทาง คสช.เข้ามาทำแหล่งน้ำไว้จำนวน แต่โชคไม่ดีที่ไม่มีฝนตกเข้าบ่อ”รมว.เกษตรฯกล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า จากนี้จับตาดูปรากฎการณ์เอลนินโญ่ โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่น คาดการณ์ว่าสถานการณ์ฝนน้อยจะคลี่คลายลงในช่วงเดือน  พ.ค. หรือ มิ.ย. แต่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐ คาดการณ์ว่าอย่างช้าสุดจะปลายเดือนก.ค. น่าจะมีฝนเข้าประเทศไทย หากจะรอฝนอย่างเดียวคงไม่ได้ ตอนนี้ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งศึกษาแนวทางผันน้ำจากแม่น้ำนานาชาติมากักเก็บไว้บ้านเราเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ เชื่อว่าในระยะ 10 ปีจะเดินตามแผนบริหารจัดการน้ำ 10 ปีได้จะไม่เกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ขึ้นอีกเลยโดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา จะมีน้ำเพาะปลูกอุดมสมบูรณ์มาก โดยผันน้ำจากแม่น้ำยวม เป็นลำน้ำสาขาแม่น้ำสาละวิน มาเติมเขื่อนภูมิพล เป็นหมื่นล้านลูกบาศ์กเมตร จะมีเส้นทางที่ต้องเจาะภูเขาจึงใช้งบค่อนข้างมาก  และผันแม่น้ำโขง โดยในปีนี้ได้ให้งบก่อสร้างประตูน้ำดึงน้ำจากแม่น้ำโขงมาสู่ประเทศเข้าหนองห้วยหลวง จ.หนองคาย  เพื่อมาเติมเขื่อนอุบลรัตน์ ในขณะนี้ประสบวิฤกติแล้วใกล้จุดน้ำตายของเขื่อน ต้องชักน้ำจากก้นเขื่อนมาผลิตปะปา

อย่างไรก็ตามการสร้างการรับรู้ของประชาชน ขอให้สื่อนำข้อเท็จจริงไปนำเสนอเพื่อไม่ให้เกิดความแตกตื่นตระหนกกับวิฤกติภัยแล้งซึ่งยืนยันว่าปริมาณน้ำเขื่อนหลักที่ใช้การได้ ในระดับ 3,196 ล้านลบ.ม.ยังเพียงพอใช้ถึงเดือนกลางเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่ฤดูฝนมาแล้ว แต่ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ โดยปีนี้เกษตรกรับรู้ร่วมมือไม่น้อยกว่า80% จะเห็นจากพื้นที่นาปรังลดไปครึ่งหนึ่ง จากทั่วประเทศปลูกปีละ 10 ล้านไร่เหลือเพียง 5 ล้านไร่เท่านั้น

ทางด้านนายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่าสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ อยู่ระดับวิฤกติแล้วต้องนำต่ำกว่าระดับน้ำตาย มีปริมาณ 180 ล้านลบ.ม.ไปใช้ผลิตปะปา ให้กับจ.ข่อนแก่น ซึ่งปี 57 เคยนำน้ำตายไปใช้มาแล้ว ส่วนพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ประกาศเขตพิบัติภัยแล้ง เขื่อนแม่กวง จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง และพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนอุบลรัตน์ ทางผู้ว่าราชการจังหวัด วางแผนการใช้น้ำร่วมกับประปาภูมิภาค ถ้าระดับน้ำต่ำกว่าหัวกระโหลกสูบไม่ได้ ให้ชักน้ำจากระดับน้ำตายขึ้นมาใช้  ทั้งนี้กรมชลฯได้ทำแบบจำลองสถานการณ์ฝน 3 รูปแบบ ในระดับฝนตกค่าเฉลี่ยปกติ จะมีฝนตกหน้าเขื่อนท้ายเท่าไหร่ตามฤดูกาล แบบ 2 มีฝนมาก ค่าเฉลี่ยปกติ ส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนระดับใด และแบบ3 หากปรากฎการณ์แอลนินโญ่หมดอธิพล ปลายเดือนมิ.ย. และ ก.ค. ซึ่งแบบจำลองนี้จะนำมาปรับปริมาณการระบายน้ำเขื่อน 30 วันก่อนถึงเดือน พ.ค.หากไม่มีฝนมา ต้องปรับการระบายลง จากวันละ 18 ล้านลบ.ม.หากทุกพื้นที่ 22 จ.มีการใช้ได้อย่างมีระเบียบเคร่งครัดตามตารางการใช้น้ำของกรมชลฯในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา สิ้นเดือนเม.ย.นี้ยังจะมีน้ำเหลืออีก 1,590 ล้านลบ.ม. จะเป็นน้ำสำรองไว้ให้อุปโภคบริโภคหากช่วงฤดูแล้งลากยาวถึงวันที่ 14 ส.ค. ในกรณีเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยฝนทิ้งช่วงปี58 ที่ฝนมาล่าช้าจากฤดูฝนปกติไปถึงสามเดือน ก็ต้องมาปรับกระบวนการใช้น้ำก้นเขื่อน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฝผ.)

สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทาน 1.96 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว2.4 แสนไร่  ส่วนที่เหลือ 1.7 ล้านไร่ จะมีข้าวอายุน้อยกว่า8 สัปดาห์ มี 2 แสนไร่เศษที่เสี่ยงเสียหาย

Leave a comment