ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/204543
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ทูลเกล้าฯถวายใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ภายใต้ชื่อการค้า “ที-ซาโปนิน” ซึ่งมีสารสำคัญคือ “ซาโปนิน” เป็นองค์ประกอบ มีคุณสมบัติป้องกันกำจัดหอย และศัตรูพืช เช่น หอยซัคซิเนียและหอยเจดีย์ใหญ่ โดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานบริหารมูลนิธิชัยพัฒนา
โดย “ที-ซาโปนิน” เป็นผลพลอยได้จากโรงงานสกัดน้ำมันชาของศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน ซึ่งจากผลการศึกษาของกรมวิชาการเกษตรพบว่า ซาโปนิน เป็นสารออกฤทธิ์ในกากเมล็ดชาน้ำมัน มีคุณสมบัติสามารถควบคุมหอยเชอรี่ในนาข้าว โดยได้ทดสอบในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยการโรยกากเมล็ดชาลงไปในนาข้าวที่มีหอยเชอรี่ระบาดในอัตรา 2.5 3.0 และ 3.5 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากนั้น 15 วัน พบว่าหอยเชอรี่ตาย 100% ในทุกอัตราของกากเมล็ดชา ดังนั้น ใช้กากเมล็ดชาเพียง 2.5 กิโลกรัม/ไร่ ก็สามารถควบคุมการระบาดของหอยเชอรี่ในนาข้าวได้ ประการสำคัญคือไม่พบความเป็นพิษต่อต้นข้าว นับว่ามีความปลอดภัยทั้งต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล กล่าวต่อไปว่า นอกจาก ที-ซาโปนิน จะสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีการทดลองนำไปกำจัดหอยซัคซิเนียและหอยเจดีย์ใหญ่ในกล้วยไม้ ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน จากการศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี พบว่า หลังจากใช้กากเมล็ดชาโรยลงไปในแปลงปลูกกล้วยไม้และบริเวณพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ที่มีความชื้น ในอัตรา 1.0 5.0 และ 10.0 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากนั้น 2 วัน พบว่า หอยทั้ง 2 ชนิด ตายเกือบ 100% ในอัตราการใช้กากเมล็ดชา 5.0 กิโลกรัมต่อไร่
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวสรุปว่า ผลิตภัณฑ์ ที-ซาโปนิน ของมูลนิธิชัยพัฒนาที่กรมวิชาการเกษตรรับขึ้นทะเบียนเป็นสารชีวภัณฑ์ เกษตรกรสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย นับว่าเป็นการส่งเสริมการทำการเกษตรที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และควรสนับสนุนให้เกษตรกรใช้อย่างแพร่หลายเพื่อลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรได้อีกด้วย