แหวกฟ้าหาฝัน : Basilica of Sant’ Ambrogio เมืองมิลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/208710

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Basilica Sant’ Ambrogio

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสไปเยือนเมืองมิลาน ได้เข้ามหาวิหารเมืองมิลานแล้ว และอยากไปเที่ยว Science Museum ของมิลาน ควรแวะโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของมิลานนั่นคือ Basilica of Sant’ Ambrogio ด้วยเพราะโบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง และอยู่ในเส้นทางที่ต้องเดินผ่านอยู่แล้ว โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดย St.Ambrose ตั้งแต่ปี 379 นี้ถูกสร้างขึ้นบนตำแหน่งที่มีการฝังศพของผู้ถูกสังหารหมู่โดยชาวโรมัน  ในช่วงที่ St.Ambrose มาถึงมิลานนั้น กรุงมิลานกำลังอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรง  ด้วยเหตุที่ท่านเข้าข้างโรมันท่านจึงสร้างโบสถ์ขึ้น 4 แห่ง และ Sant’ Ambrogioก็เป็นโบสถ์แห่งหนึ่งที่ท่านสร้างขึ้นโดยในช่วงเวลานั้นและตั้งชื่อว่า Basilica Martyrum เพื่อระลึกถึงการสังหารหมู่

แม้ในช่วงที่สร้างโบสถ์ใหม่ๆ ที่นี่ยังเป็นนอกเมืองมิลาน แต่เมื่อเมืองเจริญมากขึ้น โบสถ์แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านศาสนาและชุมชนไป นอกจากนี้ โบสถ์นี้ยังมีความสำคัญตรงที่เป็นสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดิ Louis IIที่สิ้นพระชนม์ใน Lombardy ในปี 875 และยังเป็นที่ฝังพระศพของ St.Ambrose, St.Gervasus และ St.Protasus ซึ่งภายหลังพระศพทั้งหมดถูกย้ายไปอยู่จุดเดียวโดยได้รับการตกแต่งใหม่ภายใต้คำบัญชาของ Cardinal Benedetto Erba Odescalchi ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ด้วย


Basilica Sant’ Ambrogio

ส่วนการที่โบสถ์ถูกสร้างให้มีหอคอย 2 แห่ง ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งแยก ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 Tower of Monks เป็นหอคอยที่พระใช้เพื่อแสดงถึงความสัตย์ซื่อของพระ  ส่วนผู้ที่มาถือศีลนั้น ในช่วงแรกไม่มีหอคอยเองและไม่สามารถที่จะตีระฆังได้จนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ที่โบสถ์ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ตามแนวทางศิลปะแบบ Romanesque ต่อมาปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 กลุ่ม Beneditinesได้มีบัญชาให้ Donato Bramante สถาปนิกยุคเรอเนสซองส์ชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงมากในช่วงเวลานั้นให้ออกแบบโบสถ์ใหม่ แต่อาคารส่วนใหญ่ที่สร้างในช่วงเวลานั้นก็ถูกทำลายไปมากเมื่อสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองในเดือนสิงหาคม ปี 1943

อย่างไรก็ดีส่วนของโบสถ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นส่วนของโบสถ์ที่สวยที่สุดจุดหนึ่งและได้รับการซ่อมแซมจนอยู่ในสภาพดี ก็คือ ส่วนของหลังคาโมเสกที่เป็นรูป Christ Pantacrator with St. Gervasus and Protasus และ Scenes from the Life of St. Ambrose ถึงกระนั้นก็ตาม นักท่องเที่ยวที่ไปถึงสถานที่จริงยังคงต้องใช้ความพยายามในการค้นหา เพราะหลังคาโบสถ์สูงมาก และยังต้องใช้กล้องซูมลงมาดูว่า ChristPantacrator ที่แสนเก่าแก่ร่วม 700 ปีนี้สวยงามอย่างไร


Around Tower


Inside


Inside3


Inside2


Outside

Leave a comment