ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/211717
คนไทยในอดีตโดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพการเกษตร เช่น ทำนา ทำไร่ จะคุ้นเคยและคลุกคลีกกับวัวและควาย หรือโคกระบือมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเกินความจริงที่จะมีคำพูดว่า วัวควายมีบุญคุณต่อคน เพราะเขาช่วยเราทำไร่ไถนา ปลูกข้าว และนวดข้าว จนทำให้เราทุกคนมีข้าวกินอย่างอุดมสมบูรณ์
คนเก่าคนแก่มักจะบอกว่า อย่าไปดูถูกวัวควาย อย่าไปด่าไปว่าเขา อย่าไปตีเขาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ชาวไร่ชาวนาที่มีอายุกว่า 60 ปีหลายคนบอกด้วยว่า สมัยก่อนนั้น เวลาถึงฤดูทำนา เมื่อเตรียมควายเทียมคันไถเรียบร้อยแล้วก่อนจะออกไปไถนา ปู่ย่าตายายและพ่อแม่จะให้ทำพิธีไหว้ควายก่อน เพื่อแสดงความกตัญญูที่ช่วยเราทำไร่ทำนา ในสมัยก่อน เมื่อเริ่มย่างเข้าฤดูฝน ชาวนาจะเริ่มเตรียมการไถนาโดยใช้ควายเป็นกำลังหลัก ชาวนามักจะไถนาในช่วงเช้าตรู่ถึงช่วงสายๆ แต่ช่วงกลางวันและบ่ายต้นๆ จะหยุดพัก เนื่องจากอากาศร้อนจึงปล่อยให้ควายได้หลบแดดสักพักหนึ่ง

ชาวนาที่ใช้ควายไถนา ทำนาจึงผูกพันควายมาก และถือว่าควายเปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เมื่อมีลูกมีหลานก็จะสอนให้เด็กๆ คุ้นเคยกับควาย จึงเห็นว่าเด็กชาวนามักจะเล่นกับควาย ขี่หลังควาย เดินจูงควายไปกินหญ้า และอาบน้ำในลำคลองกับควาย โดยใช้กาบมะพร้าวอันใหญ่ๆ ถูทำความสะอาดให้ควาย ครั้นพอตกเย็นก็พาควายเข้าคอก ก่อไฟเพื่อเอาควันไฟไล่แมลง ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร ไม่ให้ไปรบกวนควาย ภาพแห่งความผูกพันเช่นนี้จางหายไปจากสังคมไทยเกือบหมดสิ้นแล้ว
ขอย้อนภาพการใช้ควายไถนาเพื่อฟื้นความหลังให้กับคุณผู้อ่าน ชาวนาจะไถนาโดยเวียนไปทางซ้าย (วนทวนเข็มนาฬิกา) เมื่อไถไปก็จะได้ขี้ไถ คือดินที่ถูกขุดขึ้นมา ดินเหล่านี้จะกลบหญ้าให้เน่าสลายกลายเป็นปุ๋ย ตามปกติจะไถแล้วหมักดินทิ้งไว้เป็นเวลานานประมาณ 1 เดือน เรียกว่าการดองนา เมื่อทิ้งระยะเวลาไว้จนหญ้าเน่า ดินร่วนซุยดีแล้ว ชาวนามักดูจากการมีไส้เดือนขึ้นตามขี้ไถ ถ้ามีไส้เดือนมากก็แสดงว่าดินพร้อมจะรองรับการปลูกข้าวได้แล้ว ชาวนาจึงเริ่มการคราดนา เพื่อเอาต้นหญ้าที่ไม่เน่าเปื่อยออกจากดิน ช่วงการคราดนานี้เป็นช่วงที่สนุกสนานมากสำหรับเด็กๆ ที่จะเดินตามพ่อหรือลุง เพราะจะมีปลาตัวเล็กๆ เช่น ลูกปลาช่อน ปลาชะโด กระโดดหนีออกจากขี้โคลนที่ถูกหมักไว้ เด็กๆ ก็จะพากันจับปลาไปทำอาหาร

การไถและคราดนาด้วยกำลังของควายนั้น จะมีคำสั่งเฉพาะ เช่น หย่อคือหยุด หนคือถอย ฮุ่ยคือการสั่งให้ควายเดินหน้า อ่อยคือการสั่งให้ค่อย ๆ หยุด และสั่งซ้ายและขวาตามทางที่เราจะให้ควายเดินไป แสดงว่าควายฟังภาษาคนที่สื่อสารด้วยออกนะครับ เพราะฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่าควายไม่โง่ ดังนั้นกรุณาเลิกด่าว่าโง่เหมือนควายเถอะครับ
ดองนา รอจนกระทั่งดินร่วนซุย หญ้าเน่า หลังการไถดองจะมีไส้เดือนขึ้นอยู่ตามขี้ไถ เป็นไส้เดือนสีแดง เด็กๆ จะใช้ไส้เดือนเป็นเหยื่อล่อปลา ชาวนาจะสังเกตถ้ามีไส้เดือนปริมาณมากแสดงว่าดินเน่าได้ที่ เหมาะสำหรับการปลูกข้าว แล้วจึงเริ่ม คราดนา สมัยก่อนไม่ต้องใช้ปุ๋ย ไส้เดือน กาลเวลา และหญ้า จะช่วยปรับปรุงดินเองตามธรรมชาติ
ชาวนาจาก อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี บอกกับ Mr.Flower ว่า ควายชอบให้พูดกับเขาเพราะๆ ไม่ชอบให้ดุด่าเขา และไม่ชอบให้ตีเขาด้วย หากพูดกับเขาดีๆ เลี้ยงดูเขาดีๆ แล้ว เขาก็จะช่วยทำนาโดยไม่เกียจคร้านแม้แต่น้อย

ผมพูดถึงเรื่องการทำนาด้วยควายมาเสียยืดยาว เพราะผมประทับใจภาพความหลังที่เคยเห็นเมื่อครั้งไปต่างจังหวัดแล้วได้ไปดูการไถนาด้วยควายเมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว และที่สำคัญคือผมชอบดูตาของควาย เพราะตากลมโตสวยมาก
วันนี้ผมไม่มีภาพการไถนาด้วยควายมาฝากคุณๆ แต่มีภาพเหตุการณ์วันที่หนังสือพิมพ์แนวหน้าและพันธมิตรร่วมโครงการปันน้ำใจไถ่ชีวิตโคกระบือ มอบให้เกษตรกรสร้างชีวิตอย่างยั่งยืน ที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พันธมิตรของเราประกอบด้วยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) และสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ โดยบริจาควัว 2 ชีวิตและควาย 3 ชีวิตให้กับชาวนา ผู้ได้รับวัวสองชีวิตไปดูแลคือนายมานพ ผอผึ้ง ส่วนผู้ได้รับควายสามชีวิตไปดูแลคือนายสัมฤทธิ์ ครองตน (เหตุผลที่ต้องให้ควายไปทั้งสามชีวิตกับเกษตรกรรายนี้เพราะควายคู่หนึ่งเป็นฝาแฝด ชื่อโชค-ชัย จึงต้องให้อยู่ด้วยกัน เพราะเขาสนิทสนมกันมาก ส่วนอีกหนึ่งชีวิตชื่อบุญก็ติดกันแจ จึงไม่อยากแยกเขาจากกัน)
โครงการนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2558 หลังจากคอลัมน์บุคคลแนวหน้าโดยธรรมกรได้ลงประกาศเชิญชวนแฟนๆ คอลัมน์โปรดช่วยกันบริจาคเงินสมทบทุนโครงการไถ่ชีวิตวัวควายจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อนำไปมอบให้ชาวนาตัวจริงที่ผ่านการคัดเลือกอย่างโปร่งใสจากสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ได้รับวัวควายไปเลี้ยงจะไม่ฆ่าไม่ขายและไม่ทอดทิ้งเขา โดยมีการทำสัญญาที่รัดกุมระหว่างผู้รับมอบวัวควายไปเลี้ยงกับผู้มอบ (คือตัวแทนจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า) ส่วนคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ จะส่งอาจารย์และนิสิตไปช่วยดูแลสุขภาพให้เป็นประจำที่สำคัญคือมีเงื่อนไขว่า ผู้มอบมีสิทธิ์เข้าไปขอดูและเยี่ยมเยียนวัวควายได้ตลอดเวลา

ขอย้ำอีกครั้งว่าโครงการนี้เกิดมาจากความรักของคุณๆ ผู้อ่านแนวหน้าที่มีต่อวัวและควาย จึงขอให้แนวหน้าโดยธรรมกรเป็นตัวกลางในการรับผิดชอบโครงการนี้
ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคือคุณถ่ายเถา สุจริตกุล (เจ้าของนวนิยาย มงกุฎดอกส้ม) บอกกับธรรมกรว่า ขอให้ทำโครงการนี้ให้ต่อเนื่องตลอดไป เพราะชอบใจตรงที่มีการเข้าไปดูวัวควายอย่างใกล้ชิดเป็นประจำ ซึ่งทำให้มั่นใจว่าวัวควายที่ผู้อ่านทุกท่านร่วมกันบริจาคไถ่ชีวิตเขาจะมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ถูกนำไปฆ่าไปแกงกิน ซึ่งความเห็นนี้ก็สอดคล้องต้องกันกับผู้บริจาคทุกท่านด้วย ดังนั้นโครงการนี้จึงจะดำรงอยู่ต่อไปครับ
ท่านผู้อ่านที่มีความประสงค์จะบริจาคร่วมสมทบทุนโครงการนี้โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 และคอลัมน์ตะลอนเที่ยวก็มีแนวคิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะจัดทริปเล็กๆ ไปไหว้พระที่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วไปเยี่ยมเยียนวัวควายที่เราบริจาคให้กับชาวนาด้วยกัน

และขอแจ้งให้ทราบด้วยว่า ในเร็วๆ นี้ คงจะได้ไปไถ่ชีวิตวัวและควายจากโรงฆ่าสัตว์ได้อีกสัก 3 ชีวิต เนื่องจากมีเงินบริจาคเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการไถ่ชีวิตให้กับวัวควายชุดใหม่ครับ โปรดติดตามรายละเอียดจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า



