ศึกยึดฟัลลูจาห์ กุมชะตาไอเอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/631679

โดย บวร โทศรีแก้ว 5 มิ.ย. 2559 05:01

 

เร่งยึดเมือง-ทหารรัฐบาลอิรักและ พันธมิตร “กองกำลังประชาชนเคลื่อนที่เร็ว” (พีเอ็มเอฟ) ระดมยิงปืนครกใส่ที่มั่นของกลุ่ม ไอเอสอย่างหนัก ที่เมืองซาคลาวิยาห์ ใกล้เมืองฟัลลูจาห์ (เอพี)

สงครามกวาดล้าง “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย ทวีความดุเดือดเลือดพล่านถึงขีดสุดอีกครั้งตั้งแต่สัปดาห์ก่อน!

เมื่อกองกำลังผสมฝ่ายรัฐบาลอิรัก ทั้งกองทัพบก ตำรวจ จ.อันบาร์ กองกำลังพันธมิตรชาวชีอะห์และสุหนี่ และกองกำลังต่อต้านการก่อการร้าย (ซีทีเอส) ชั้นหัวกะทิ รุกคืบเข้าเมือง “ฟัลลูจาห์” ทางภาคตะวันตก ห่างกรุงแบกแดดแค่ 65 กม. หวังยึดเมืองคืนจากไอเอสขั้นแตกหัก ภายใต้ยุทธการ “ทำลายการก่อการร้าย” (Break Terrorism)

ส่วนที่ซีเรีย ทั้งกองทัพรัฐบาลซีเรีย และ “กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย” (เอสดีเอฟ) พันธมิตรฝ่ายกบฏที่ต่อสู้กับรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ร่วมกับกองกำลังชาวเคิร์ดและอาหรับที่มีสหรัฐฯหนุนหลัง ก็ตีวงล้อมรุกคืบเข้าใกล้เมืองรักกา เมืองหลวงของกลุ่มไอเอสเช่นกัน

ยุทธการถล่มไอเอสทั้งในอิรักและซีเรีย มีกองทัพพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯช่วยโจมตีทางอากาศอย่างหนักตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ขณะที่ “อิหร่าน” ซึ่งเป็นชาวชีอะห์เช่นเดียวกับแกนนำรัฐบาลอิรักในปัจจุบัน ก็ส่งทหารเข้าไปช่วยแบบลับๆ ทำให้ไอเอสถูก “รุมกินโต๊ะ” อ่อนเปลี้ยลงเรื่อยๆ จนบางส่วนถอยร่นเข้าไปในลิเบีย

ไอเอส ซึ่งเดิมชื่อว่ากลุ่ม “รัฐอิสลามในอิรัก” (ไอเอสไอ) และ “รัฐอิสลามแห่งอิรักและลีแวนต์” (ไอซิล) บุกยึดฟัลลูจาห์ได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.2557 ก่อนยึดเมืองรอมาดีใน จ.อันบาร์เช่นกัน จากนั้นก็ยึดเมือง “โมซูล” เมืองใหญ่อันดับ 2 ทางภาคเหนือ และประกาศตั้ง “รัฐอิสลาม” (คอลีฟะห์) ขึ้นในดินแดนที่ตนยึดได้ในอิรักและซีเรีย และเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นกลุ่ม “ไอเอส” ก่อนยึดพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเมือง “ทิกริต” บ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน

แต่ปีที่แล้ว กองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรซึ่งได้รับการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ เริ่มตีโต้ยึดเมืองต่างๆคืนจากไอเอสได้อย่างช้าๆ รวมทั้งเมืองทิกริต ไบจี ซินจาร์ ฮีต รัตบา รอมาดี และตั้งเป้าว่าในปีนี้ จะต้องยึดเมือง “ฟัลลูจาห์” และ “โมซูล” ซึ่งเป็น 2 เมืองใหญ่ ที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสให้จงได้

ถ้ายึดฟัลลูจาห์ได้ การยึดเมืองโมซูลจะง่ายขึ้น นั่นอาจหมายถึงจุดจบของกลุ่มไอเอสในอิรัก!

ฟัลลูจาห์ได้รับฉายา “เมืองแห่งสุเหร่า” เพราะมีสุเหร่าหรือมัสยิดทั้งในและรอบเมืองกว่า 200 แห่ง เคยมีประชากรกว่า 300,000 คน ก่อนถูกยึดครองโดยกลุ่ม “อัล เคดาในอิรัก” (เอคิวไอ) และกลุ่มไอเอส

ฟัลลูจาห์ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ควบคุมถนนสายหลักเชื่อมกรุงแบกแดดกับจอร์แดนและซีเรีย เคยเป็นแหล่งซ่องสุมของทั้งกลุ่มอัล เคดา กลุ่มที่จงรักภักดีต่อซัดดัม ฮุสเซน และกลุ่มนักรบญีฮัดชาวสุหนี่หัวรุนแรงที่ต่อต้านการยึดครอง หลังสหรัฐฯ บุกยึดอิรักในปี 2546 จนเกิดสงครามใหญ่ 2 ครั้งซ้อนกับสหรัฐฯ ในปี 2547

ระหว่างสงคราม พลเรือนชาวอเมริกันของบริษัท “แบล็กวอเทอร์” ผู้รับสัมปทานธุรกิจรักษาความปลอดภัยในอิรัก 4 คน ถูกฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม ศพถูกหั่นและเผา ศพหนึ่งถูกแขวนจากสะพานเหนือแม่น้ำยูเฟรตีส และฝ่ายต่อต้านเผยแพร่วีดิโอนี้สร้างความสยดสยองไปทั่วโลก

รัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ถูกบีบให้ระดมทหารสหรัฐฯกว่า 12,000 นาย นำโดยหน่วยนาวิกโยธิน บวกกับทหารอิรักอีกกว่า 2,500 นาย เข้าไปบดขยี้กบฏในฟัลลูจาห์กว่า 4,000 คน กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯใช้กำลังเกินกว่าเหตุ รวมทั้งใช้ “ระเบิดฟอสฟอรัสขาว” ด้วย แต่สหรัฐฯอ้างว่าไม่ผิดกฎหมายเพราะไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน แม้ต่อมาจะมีรายงานเด็กทารกเกิดมาพิกลพิการจากพิษอาวุธเคมีดังกล่าว

สงครามนองเลือดครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน รวมทั้งทหารสหรัฐฯกว่า 80 นาย และฝ่ายต่อต้านสหรัฐฯกว่า 2,000 คน อาคารบ้านเรือนหลายพันหลัง สุเหร่าเกือบ 60 แห่ง ถูกทำลาย ประชาชนส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 300,000 คนต้องอพยพลี้ภัย

แม้ศึกฟัลลูจาห์จะสงบลงได้ แต่เมื่อสหรัฐฯ ถอนทหารหน่วยรบทั้งหมดจากอิรักในปี 2554 ทำให้กลุ่ม “รัฐอิสลามในอิรัก” (ไอเอสไอ) ซึ่งเป็นทายาทของกลุ่มอัล เคดาในอิรัก (เอคิวไอ) ฟื้นตัวกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ก่อนกลายมาเป็นกลุ่มไอซิลและไอเอสในที่สุด ดังนั้น คงไม่ผิด ถ้าจะพูดว่าฟัลลูจาห์คือหนึ่งในจุดกำเนิดกลุ่มไอเอส

ห้วงเพลานี้ แม้กลุ่มไอเอสกำลังเพลี่ยงพล้ำย่ำแย่ จากเดิมที่เคยยึดครองดินแดนอิรักถึง 40% ตอนนี้เหลือแค่ 14% แต่ก็ใช่ว่าจะสยบได้ง่ายๆ คาดว่าการบุกยึดฟัลลูจาห์ให้ได้โดยสิ้นเชิง อาจใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพราะถึงแม้ไอเอสมีนักรบแค่ราว 1,200 คน แต่ก็สู้ยิบตา วางพลซุ่มยิงและกับระเบิดไว้เต็มไปหมด

นอกจากนี้ ไอเอสอาจใช้พลเรือนที่ติดค้างอยู่ในฟัลลูจาห์กว่า 50,000 คน รวมทั้งเด็กกว่า 20,000 คน เป็น “โล่มนุษย์” ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ไอเอสและสาขาแนวร่วมในต่างแดนยังอาจตอบโต้ด้วยการ “ก่อการร้าย” ในประเทศต่างๆ เหมือนการโจมตีกรุงปารีสในฝรั่งเศส และกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียมปีที่แล้ว

การที่สหรัฐฯแถลงเตือนให้ระวังผู้ก่อการร้ายอาจโจมตียุโรปในช่วงนี้ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ระบบคมนาคม ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส ใน 10 มิ.ย.-10 ก.ค.นี้ จึงไม่ควรมองข้าม

เพราะยามใดที่เข้าตาจน กลุ่มไอเอสมักตอบโต้ด้วยการก่อการร้ายตามวิถีที่ตนถนัด!

บวร โทศรีแก้ว

Leave a comment