ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วัฒนธรรมไทย’ภูมิความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/229177

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การเยี่ยมเยียนทางการทูต

ในวาระที่ครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-เวียดนาม พ.ศ.2559 นั้นพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะจากกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้สานสัมพันธ์ทางการทูตด้วยการเผยแพร่วัฒนธรรมการแสดงและเปิดมิติใหม่ทางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศขึ้น สำหรับผลงานด้านวัฒนธรรมนั้นรัฐบาลได้นำคณะนักแสดงจากกรมศิลปากรไปแสดงให้มิตรประเทศได้ชมที่เวียดนาม ส่วนใหญ่ มักสร้างความประทับใจให้กับชาวต่างประเทศอยู่ทุกครั้ง จากแนวคิด “Embarking on the 5th Decade ofRelations : Towards a Strengthened Strategic Partnership” ตามผลการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 นั้น ได้เน้นความสัมพันธ์สู่ทศวรรษที่ 5 ที่มุ่งมองไปข้างหน้าเพื่อความร่วมมือให้ภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนของทั้งสองประเทศได้มีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลอง และมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเพื่อความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ในระยะยาวซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนระดับสูง และการส่งเสริมผลักดันกลไกความร่วมมือระหว่างกันในสาขาต่างๆ ให้มีความก้าวหน้าในอนาคต สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม นั้น กระทรวงวัฒนธรรม มีแผนจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมของเวียดนาม โดยการนำศิลปะการแสดงหลากหลายรูปแบบไปจัดแสดงที่เวียดนาม มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์ โครงการความร่วมมือฐานข้อมูลเกี่ยวกับชาติพันธุ์ เป็นต้น

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กับประธานาธิบดีเวียดนาม

การแสดงหลักสำหรับการเดินทางเผยแพร่วัฒนธรรมของชาตินั้นนอกจากใช้วงปีพาทย์บรรเลงดนตรีไทยเป็นหลักแล้วการแสดงที่เลือกสรรนั้นมุ่งเน้นสร้างความเป็นวัฒนธรรมไทยให้รู้สึกได้เป็นอย่างดี เช่นระบำโบราณคดี ที่เกิดจากแนวคิดของ นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งมีการพัฒนาดนตรีและการแต่งกาย ท่ารำมาจากภาพเขียน ภาพปั้นและภาพจำหลักตามโบราณสถานและโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ทั้งที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง เมื่อปีพ.ศ.2510 โดย นายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยแต่งทำนองขึ้นตามแนวคิด โดยมอบให้ นางลมุล ยมะคุปต์นางเฉลย ศุขะวณิช และท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติและผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทยเป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ สร้างเป็นระบำโบราณคดี 5 ชุด คือระบำทวาราวดี ระบำศรีวิชัย ระบำลพบุรี ระบำเชียงแสน ระบำสุโขทัย โดยเฉพาะโขนนั้นถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้กล่าวถึงการแสดงโขนว่าเป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ ด้วยเหตุนี้โขนจึงเป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง เช่น วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ ที่มีตัวละครเป็นตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดาเป็นต้น ออกแสดงตามบทบาท ซึ่งปัจจุบันได้สร้างสรรค์การแสดงสำหรับชาวต่างประเทศโดยแสดงตามเพลงบรรเลงจากวงปี่พาทย์โดยไม่ต้องมีบทพากย์ นอกนั้นเป็นการเต้น การฟ้อนการรำ ที่คุ้นเคยกันแต่ละภาคของประเทศไทย และแทรกการต่อสู้มวย ดาบ และการชนไก่ที่สร้างสรรค์เพื่อความสนุกสนาน ถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมร่วมในการเชื่อมไมตรีในประชาคมอาเซียนได้เป็นอย่างดี

การแสดงโขนของกรมศิลปากร

การแสดงพื้นบ้าน

โขน เอกลักษณ์ของนาฏศิลป์ไทย

ความสนุกจากการแสดงชนไก่

นักแสดงจากกรมศิลปากร

การแสดงของชาวเขา

การเปิดสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 40 ปีก่อน

 

 

2 thoughts on “ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วัฒนธรรมไทย’ภูมิความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม”

  1. We absolutely love your blog and find almost all of your post’s
    to be just what I’m looking for. Would you offer guest writers to write content to
    suit your needs? I wouldn’t mind writing a post or elaborating on some of the subjects you write
    regarding here. Again, awesome weblog!

    Like

Leave a comment