ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย คุณนิติ นวรัตน์ 31 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706505

เกือบ 20 ปีที่แล้ว เปิดฟ้าส่องโลกเขียนถึงการประมูลสินทรัพย์หลักของบริษัทที่ถูกปิดกิจการ 56 แห่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีการแสวงหาประโยชน์ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง มีการประมูลขายสินทรัพย์หลัก 7 ครั้ง มูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี 600,243 ล้านบาท แต่ขายได้ในราคาเพียง 150,026 ล้านบาท
รัฐบาลตั้ง ปรส.ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ชำระบัญชีสถาบันการเงิน 56 แห่ง ปรส.มีหน้าที่ต้องขายสินทรัพย์ให้ได้ราคาดี เพื่อให้ได้เงินมาคืนหนี้กองทุนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน แต่จากผลคำพิพากษาชัดเจนว่า ปรส.ได้เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายซื้อจนเสียหาย
ทุกครั้งที่เปิดฟ้าส่องโลกเขียนถึงเรื่องนี้ ก็มักโดนโจมตีกลับจากทั้งคณะบุคคลและพรรคการเมือง ผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพท่านหนึ่งเคยพูดกับคนเขียนเปิดฟ้าส่องโลกว่า “เป็นไปไม่ได้ที่พวกผมจะแสวงหาประโยชน์ คุณเข้าใจผิด”
คำตัดสินของศาลฎีกาเมื่อ 26 สิงหาคม 2559 ที่ให้จำคุกนายอมเรศ ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ปรส. และนายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ คนละ 2 ปี โทษจำให้รอลงอาญา เป็นสิ่งยืนยันว่า ผมเข้าใจไม่ผิด
คนไทยต้องขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งตอนนั้นเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่สอบพยานบุคคลมากกว่า 100 ปาก และดำเนินคดีคณะกรรมการ ปรส. โดยไม่ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพราะเป็นการกระทำผิดที่เกิดก่อนกฎหมาย ป.ป.ช. แต่ส่งไปให้พนักงานอัยการโดยตรง
ยังจำความทุกข์ของคนไทยในตอนนั้นได้ สถาบันการศึกษาเอกชนที่พ่อผมทำงานอยู่ แต่ละวันต้องต้อนรับพ่อแม่ที่พาลูกกลับจากต่างประเทศมาเรียนต่อในประเทศ เพราะส่งเสียต่อไปไม่ไหว ธุรกิจล้มละลาย ไม่สามารถพลิกฟื้นคืนมาเหมือนเดิมได้
ที่ผมแปลกใจมากในตอนนั้นก็คือ สินทรัพย์ที่ควรขายให้เร็ว ท่านกลับขายช้า ปล่อยให้เสียหายก่อนแล้วจึงขาย เช่น สินทรัพย์สินเชื่อผลิตสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์และการค้า พวกนี้ต้องรีบประมูลให้เร็วครับ ผู้คนจะได้ทำงานต่อไปได้ ถ้าทิ้งไว้นาน สินค้าจะเสียหาย เครื่องจักรมีค่าเสื่อม คนจะตกงาน ลูกค้าที่เคยสั่งสินค้าจะหนีไปสั่งซื้อจากประเทศอื่น ฯลฯ
สินทรัพย์ที่ไม่น่าจะต้องรีบขาย ดันกลับเร่งขาย เช่น หมู่บ้านจัดสรร อาคารให้เช่า ที่ดินรอพัฒนาโครงการ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ของพวกนี้ไม่เน่า ไม่เสื่อมราคา ถ้ารออีกสักหน่อย เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ก็จะมีราคาคุ้มกับสินเชื่อที่กู้ไป แต่เพราะท่านเร่งรีบขาย ฝรั่งก็จึงเข้ามาซื้อได้ในราคาที่ถูกมาก
ท่านจัดกองสินทรัพย์ประมูลขาย “ขนาดใหญ่” จนผู้ที่จะเข้าประมูลต้องเป็นบริษัทต่างชาติที่มีเงินมหาศาลเพียงสองสามรายในโลกนี้เท่านั้น นี่ล่ะครับที่เราเขียนกันบ่อยว่า ท่านสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม แถมท่านยังกำหนดให้คนชนะประมูลต้องจ่ายเป็นเงินสด คนไทยที่ไหนจะมีเงินสดมากขนาดนั้นครับ ขนาด บบส. มีวงเงิน 1 พันล้านบาท ธนาคารรัตนสินมี 4 พันล้านบาท ก็ยังประมูลไม่ได้เลย
คนไทยยืนตาละห้อยดูต่างชาติซื้อทรัพย์สินเพื่อเอาไปขายต่อโดยไม่ได้นำเงินเข้าประเทศไทย ท่านเชื่อไหมครับ กองประมูลสินเชื่อธุรกิจครั้งที่ 1 (15 ธันวาคม 2541) กลุ่ม BL 19-BL 22 ท่านจัดกองสินทรัพย์เอาไว้สูงถึง 115,890 ล้านบาท สูงขนาดนั้น บริษัทไทยไม่มีสิทธิเข้าประมูลดอกครับ บริษัทต่างชาติโกลด์แมน แซคส์ เอเชีย ไฟแนนซ์ จึงเข้าไปซื้อในราคาเพียง 22,454 ล้านบาท ซื้อไปแล้วก็เอากลับไปขายให้ลูกหนี้เดิมซึ่งเป็นคนไทย อยู่ดีๆ ท่านก็ยื่นดาบให้บริษัทต่างชาติปล้นคนไทย ได้กำไรไปหลายเท่าตัว
พวกเราตะโกนก้องร้องแฉพฤติกรรมของบริษัทต่างชาติอย่างเลแมน บราเดอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ และบริษัทอื่นที่แบ่งผลประโยชน์กับนักการเมือง ด้วยความหวังตั้งใจว่ารัฐมนตรีคลังและนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นจะแก้ไข ทว่าทุกอย่างเงียบเชียบ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยสอนว่า “กรรม” เป็นของลึกลับ และมีอำนาจมาก ไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย
บริษัทต่างชาติที่เข้ามาก่อกรรมทำเข็ญกับคนไทย ต่างล้มระเนนระนาด และแม้ว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกาลงโทษประธานและกรรมการ ปรส.แล้ว แต่ยังมีนักการเมืองไทยอีกหลายคนที่ในตอนนั้นจับมือกับฝรั่งฟันคนไทย
คุณหนีกรรมไม่พ้นดอกครับ.
คุณนิติ นวรัตน์
pasalok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand