ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/238045
วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
กินเจ คืออะไร
บางคนอาจไม่เคยรู้ความหมายที่แท้จริงของการกินเจ แต่เข้าใจเพียงว่า กินเจก็แค่การไม่กินเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่คนจีนที่เคร่งครัดกับประเพณีนี้อย่างมากเล่าให้ฟังว่า
คำว่าเจในภาษาจีนตามแนวคิดของฝ่ายพุทธศาสนาลัทธิมหายาน แปลว่า อุโบสถ การกินเจหมายถึงการไม่กินอาหารทุกชนิดหลังเวลา 12 นาฬิกาไปแล้ว จนถึงรุ่งเช้าวันใหม่ ซึ่งก็จะคล้ายกับแนวปฏิบัติของชาวพุทธในประเทศไทยที่ถือศีลแปด และในช่วงกินเจนั้นก็จะไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ขณะเดียวกันก็จะเคร่งครัดกับการถือศีลปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ทั้งกาย วาจา และใจ พร้อมๆ กันไปด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติธรรม และเพื่อลดละการฆ่าสัตว์เพื่อนำเนื้อของเขาไปบริโภค
เทศกาลกินเจเริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ทุกปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 1-9 ตุลาคม
ช่วงกินเจนี้ เราจะพบว่ามีการปักธงพื้นสีเหลือง และมีอักษรจีนสีแดงเขียนไว้ ซึ่งเรียกธงเจหรือธงไจ มีความหมายว่า ไม่มีของคาว ธงนี้เป็นเครื่องบ่งบอกว่าในช่วงเวลากินเจนั้นเราจะไม่เบียดเบียนชีวิตสรรพสัตว์ตลอดเวลา 9 วัน 9 คืน

นอกจากนี้ผู้กินเจยังเชื่อว่าการกินเจเป็นการถวายสักการะแด่พระพุทธเจ้าในอดีตทั้ง 7 พระองค์ และถวายแด่พระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ (ซึ่งอาจจะมีความหมายรวมไปถึงการบูชาดาวนพเคราะห์ด้วย) จึงงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทั้งปวง โดยประกาศว่า จะงดเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาบำรุงชีวิตตน จะงดเว้นการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดให้ตน และงดเว้นการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อให้ตน
เมื่อพูดถึงเทศกาลกินเจในเมืองไทยแล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงการกินเจที่ภูเก็ต แต่บางคนอาจจะนึกถึงการกินเจในจังหวัดตรัง (แต่บอกได้เลยว่าทุกพื้นที่ของไทยซึ่งมีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ ต่างก็มีเทศกาลกินเจทุกหนแห่ง) แต่สาเหตุหนึ่งที่ Mr.Flower โยงเอาเทศกาลกินเจกับเมืองภูเก็ตมาไว้ด้วยกันก็เพราะจะชวนคุณไปเที่ยวเมืองเก่าของภูเก็ต (ไปภูเก็ตคราวนี้ไม่ได้พาคุณๆ ไปเที่ยวทะเลนะครับ) และพาไปดูเทศกาลกินเจที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยหรือ จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง (คนภูเก็ตเรียกศาลเจ้าว่าอ๊าม) ตั้งอยู่ที่ ซอยภูธร ถนนระนอง อำเภอเมือง (จุ้ย แปลว่า น้ำ ตุ่ย แปลว่า ครกตำข้าว) ในยุคโบราณนั้นหน้าศาลเจ้านี้เป็นคลองกว้างใหญ่มาก ชาวบ้านได้สร้างกังหันน้ำขึ้น แล้วใช้พลังจากกระแสน้ำเพื่อตำข้าว
หลายคนชอบไปชมเทศกาลกินเจที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนจบเทศกาล เพราะตื่นเต้นและหวาดเสียวมาก โดยเฉพาะขบวนแห่ของม้าทรงที่แสดงอิทธิฤทธิ์กันอย่างสุดจะบรรยาย เช่น การใช้ของมีคมสารพัดชนิดทิ่มแทงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะที่ลิ้น ปาก และใบหน้า รวมถึงใช้ลูกตุ้มเหล็กขนาดใหญ่ตีร่างกาย (ขออนุญาตไม่นำภาพเหล่านี้มาให้คุณชมในคอลัมน์นี้นะครับ) โดยขบวนม้าทรงเหล่านี้จะเดินและเต้นไปตามถนนในเมืองภูเก็ต ซึ่งชาวบ้านก็จะตั้งโต๊ะบูชาเทพเจ้าพร้อมเครื่องเซ่นไหว้ไว้ที่หน้าบ้านตลอดทั้งถนน พร้อมกับมีการจุดประทัดตลอดเส้นทาง ทำให้ทั้งเมืองมีควันธูปลอยคลุ้งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล และมีเสียงประทัดดังตลอดเวลา และอีกพิธีหนึ่งคือการลุยไฟสะเดาะเคราะห์ หรือโก๊ยโห้ย รวมถึงการปีนบันไดมีดสูงกว่า 10 เมตร

ในช่วงจบส่งท้ายของพิธีกินเจภูเก็ตคือในคืนวันที่ 9 จะมีขบวนแห่พระไปส่งลงทะเลที่สะพานหิน และนำเสาโกเต้งลงมาดับโคมไฟทั้ง 9 ถือว่าสิ้นสุดพิธีกรรมทั้งหมดในเทศกาลกินเจ (ขอย้ำว่าอยากให้คุณไปชมด้วยตาตนเองสักครั้ง และคุณจะต้องบอกกับตัวเองว่ามหัศจรรย์มาก)
คุณเชื่อไหมครับ บางคนไปเที่ยวภูเก็ตหลายสิบครั้ง แต่ไม่เคยเข้าไปเที่ยวตัวเมืองเก่าของภูเก็ตเลย เพราะทุกครั้งที่ไปก็มุ่งหน้าไปทะเล ไปหาดทราย และไปเกาะเสียทุกคราไป จนมองข้ามความสวยงามของเมืองเก่าภูเก็ตไปอย่างน่าเสียดาย ทริปนี้นอกจากชวนคุณไปถือศีลกินเจ และไหว้เจ้าแล้ว ก็อยากชวนคุณไปดูเมืองเก่าแบบชิโนโปรตุกีสในย่านถนนพังงา ภูเก็ต รัษฎา และระนอง แต่หากจะพูดจริงๆ แล้วก็ต้องบอกว่าเกือบทุกถนนในตัวเมืองภูเก็ตมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามกระจายอยู่ทั่วไป
ภาพที่ Mr.Flower นำมาฝากคุณในวันนี้เป็นตึกสวยๆ งามค่ำคืนบนย่านถนนพังงาเท่านั้น แต่ไม่ได้นำภาพศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยมาฝาก เนื่องจากวันที่ไปภูเก็ตนั้นที่ศาลเจ้ากำลังจัดเตรียมสถานที่เพื่อเทศกาลกินเจ จึงทำให้ถ่ายภาพสวยๆ มาฝากไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ขอฝากทิ้งท้ายว่า ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงกินเจ แต่ Mr.Flower ก็อยากเชิญชวนคุณๆ ให้งดทานเนื้อสัตว์ทุกชนิดสักสัปดาห์ละ 2-3 วัน (หรือหากจะงดทานมากกว่านั้นได้ก็ดีครับ) เพราะการที่คุณงดทานเนื้อสัตว์ก็เท่ากับลดการฆ่าสัตว์ไปโดยปริยาย

ส่วนถ้าหากคุณๆ อยากจะไปเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ตกับทริปของ Mr.Flower ก็โปรดติดต่อได้ที่หมายเลข 091-7233615 แต่ต้องเป็นช่วงหลังจากเทศกาลกินเจไปแล้วนะครับ เราไปกันกลุ่มเล็กๆ 14-16 ท่านเท่านั้นครับ
ส่วนทริปดอยตุง เชียงราย ที่เดินทางปลายเดือนตุลาคมนี้ที่นั่งเต็มแล้วครับ ขออภัยแฟนคอลัมน์ที่สนใจจะร่วมทริป แต่ Mr.Flower ไม่สามารถหาจัดที่นอนบนดอยตุงให้ได้แล้วครับ เอาไว้ทริปหน้านะครับ









