เด็บบี้ เรย์โนลด์ หมดลมตามลูกสาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ธ.ค. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824606

 

ดารา‘แคร์รี่ ฟิชเชอร์’เพียงวันเดียว

สุดแสนเศร้า “เด็บบี้ เรย์โนลด์” อดีตนักแสดงเจ้าบทบาทชื่อดัง ที่ทั้งร้องเพลงและเล่นตลกในยุค ’50 และ ’60 สิ้นลมหายใจตายตามลูกสาว “แคร์รี่ ฟิชเชอร์” เจ้าของบทบาท “เจ้าหญิงเลอา” ในภาพยนตร์สตาร์วอร์ส ที่เพิ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้าเพียงวันเดียว เผยก่อนตายบ่นอยากไปอยู่กับลูก หลังจากนั้นก็ล้มฟุบหมดสติและถึงวาระสุดท้าย เหล่านักแสดงและเพื่อนร่วมวงการมายาฮอลลีวูดโพสต์ข้อความอาลัย ระบุปี 2559 เป็นปีแห่ง “ดาวดับแสง”

เป็นเรื่องเศร้าสลดส่งท้ายปี 2016 กับการจากไปของอดีตนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทและยิ่งเศร้าหนักมากขึ้นเนื่องจากเป็นการตายตามลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไปเพียงวันเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ว่า วงการบันเทิงยังคงทยอยสูญเสียดารานักแสดงและบุคคลมีชื่อเสียงทั่วโลก โดยครั้งนี้เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าละคร เมื่อเด็บบี้ เรย์โนลด์ อดีตนักแสดงหญิงเจ้าบทบาททั้งร้องเพลงและเล่นตลก ในยุค ’50 และ ’60 ที่โด่งดังไปทั่วโลกจากภาพยนตร์เพลงเรื่อง “ซิงกิ้ง อิน เดอะ เรน” เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. หลังเป็นลมล้มฟุบภายในบ้านของนายท็อดด์ ฟิชเชอร์ ลูกชาย ย่านเบเวอร์ลี่ ฮิลล์ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาประมาณตีิ 4 ของวันพฤหัสฯที่ 29 ธ.ค. ตามเวลาไทย แล้วถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลซีดาร์ส-ไซนายได้ไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ลูกชายเผยว่า ก่อนหน้าเสียชีวิต นางเด็บบี้ แม่บ่นคิดถึงลูกสาว และอยากไปอยู่กับแคร์รี่ ซึ่งหมายถึงแคร์รี ฟิชเชอร์
นักแสดงหญิงที่รับบทบาทเป็นเจ้าหญิงเลอาจากเรื่อง “สตาร์วอร์ส” ที่เพิ่งจากไปได้เพียงข้ามวัน

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์สื่อบันเทิง “ทีเอ็มซี” ของสหรัฐฯ รายงานว่าเรย์โนลด์เสียชีวิตเพราะอาการเส้นโลหิตในสมองแตกอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้สมาชิกในครอบครัวฟิชเชอร์คนหนึ่งยังเผยว่า ก่อนเสียชีวิตเรย์โนลด์ไปที่บ้านลูกชายเพื่อคุยถึงเรื่องการเตรียมงานศพของตัวเอง เมื่อรู้ว่าเริ่มป่วยหนัก ทั้งยังได้เขียนข้อความขอบคุณผู้ที่แสดงความเสียใจและชื่นชมในความสามารถในพรสวรรค์ของลูกสาวสุดที่รักที่เพิ่งจากไป อย่างน่าอัศจรรย์ใจผ่านเฟซบุ๊ก

สำหรับเรย์โนลด์ เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการแสดงในภาพยนตร์เพลง “ซิงกิ้ง อิน เดอะ เรน” ในปี พ.ศ.2495 ต่อมาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในปี 2507 เรื่อง “ดิ อันซิงเอเบิล มอลลี บราวน์” และเคยช่วยเหลือกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพทางจิต เป็นนักแสดงระดับตำนาน ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “มนุษยธรรม ฌีน เฮอร์โชลต์” จากสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ บนเวทีออสการ์ เมื่อปี 2015 เป็นรางวัลที่มอบให้เหล่าดารานักแสดงที่อุทิศตนให้กับงานการกุศล แต่เรย์โนลด์ไม่สามารถไปร่วมงานได้ เพราะต้องพักฟื้นระยะยาวหลังการผ่าตัด

เมื่อปี 2013 เรย์โนลด์เขียนหนังสืออัตชีวประวัติตัวเองเรื่อง “อันซิงเอเบิล : อะ เมมัว” เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ของตัวเอง จากเดิมชื่อ แมรี ฟรานเซส เรย์โนลด์ เกิดที่เมืองเอล ปาโซ รัฐเท็กซัส กับครอบครัวที่พ่อทำงานเป็นช่างไม้รถไฟ และการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง โดยชนะการประกวดมิสเบอร์แบงค์ ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่ออายุ 16 ปี ค่ายวอร์เนอร์ บราเธอร์ส เห็นความสามารถ จึงชวนเข้าวงการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น เด็บบี้ จนโด่งดังและมีชื่อเสียง ชีวิตส่วนตัวผ่านการสมรส 3 ครั้ง ครั้งแรกกับเอ็ดดี้ ฟิชเชอร์ นักร้องชาย ในปี พ.ศ.2498 มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ แคร์รี่ และ ท็อดด์ ฟิชเชอร์ อีก 4 ปี ต่อมาทั้งคู่หย่าขาดกัน เพราะสามีดันไปตกหลุมรักและแต่งงานเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ อดีตดาราหญิงค้างฟ้าที่เป็นเพื่อนกับเรย์โนลด์ แต่แล้วทั้งคู่ก็กลับมาเป็นเพื่อนสนิทอีกครั้ง กระทั่งเทย์เลอร์เสียชีวิตในปี 2554 เรย์โนลด์จึงนำทรัพย์สินส่วนหนึ่งของเทย์เลอร์ไปประมูลได้กว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 899 ล้านบาท) จากนั้นเรย์โนลด์เข้าพิธีวิวาห์เป็นครั้งที่ 2 กับนายแฮร์รี่ คาร์ล นักธุรกิจใหญ่วงการรองเท้า แต่ติดการพนันจนเกือบสูญเงินจนเกลี้ยง แล้วมีสามีคนที่ 3 คือ ริชาร์ด แฮมเลตต์ นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในปี พ.ศ.2528 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตครอบครัว ทั้งสองต้องหย่ากันในปี พ.ศ.2539

การสูญเสียดาวประดับวงการอีกหนึ่งดวงของฮอลลีวูด ทำให้เหล่านักแสดงและเพื่อนในวงการ รวมถึงแฟนคลับต่างทยอยโพสต์ข้อความทางออนไลน์ แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเรย์โนลด์ ถือว่าปี 2559 เป็นปีแห่งการสูญเสียบุคคลสำคัญระดับสากลจากหลายวงการทั้งดารา นักร้อง ตั้งแต่เดวิด โบวี่, พรินซ์, จอร์จ ไมเคิล, เกลนน์ ฟราย, แนนซี่ เรแกน, โมฮัมหมัด อาลี, โซเนีย ริเกล, ลีโอนาร์ด โคเฮน, ชิม่อน เปเรซ, ซาซ่า กาบอร์, ฟิเดล คาสโตร

 

Leave a comment