ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/252440
วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสรรพสัตว์ คือการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ ผู้ที่สามารถสร้างบุญด้วยการนี้ได้จะมีจิตใจที่ผ่องใส มีจิตใจที่สบายตลอดเวลา
พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ Mr.Flower มักจะแวะไปกราบและขอความรู้เรื่องธรรมะเป็นระยะๆ ท่านบอกว่า ใครก็ตามที่งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสัตว์อื่นๆ และไม่บริโภคเลือดและเนื้อของสัตว์ และพยายามชักชวนให้ผู้อื่นงดเว้นการฆ่าสัตว์ และบริโภคเนื้อสัตว์ บุคคลผู้นั้นย่อมจะมีชีวิตที่อยู่ห่างไกลจากอกุศลมูลทั้งปวง และจะเป็นผู้ที่มีจิตใจผ่องใส
พระสงฆ์ท่านนี้มิได้พูดถึงเรื่องนรกหรือสวรรค์ใดๆ จากการไม่ฆ่าสัตว์ แต่ท่านพูดเพียงว่า ผู้งดเว้นการฆ่าจะมีจิตใจที่ผ่องใสและเป็นสุข
ก่อนอื่น ขอเรียนว่า Mr.Flower มิได้ตำหนิหรือกล่าวโทษผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์นะครับ เพราะการกินเนื้อสัตว์ก็มิได้บ่งบอกว่าผู้กินเป็นคนไม่ดี แล้วก็ไม่เคยบอกว่าคนที่กินเจกินผักต้องดีกว่าคนกินเนื้อสัตว์ เพียงแต่อยากจะบอกว่า หากลด ละ หรือเลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ได้ ก็จะลดการฆ่าสัตว์อื่นได้โดยปริยาย

หลายคนถามว่า การฆ่าโคฆ่าควายเพื่อเอาเนื้อมากิน เป็นบาปมากกว่าการฆ่าปลา ฆ่ากุ้ง ฆ่าไก่ จริงหรือ เพราะชีวิตหนึ่งชีวิตก็มีค่าของความเป็นชีวิตเท่ากัน ดังนั้นการฆ่าปลาหนึ่งตัวกับการฆ่าควายหนึ่งตัวก็คือการฆ่าเท่ากัน
Mr.Flower ขออนุญาตไม่ตอบเรื่องนี้ เพราะไม่มีความรู้ใดๆ มากพอที่จะอธิบายได้ เพียงแต่บอกได้สั้นๆ ว่า ควายคือสัตว์ใหญ่ ส่วนปลาคือสัตว์เล็ก แล้วก็ยอมรับว่าชีวิตทุกชีวิตมีค่าของความเป็นชีวิตเท่าเทียมกัน แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าฆ่าอะไรบาปมากกว่ากัน เพราะการฆ่าก็คือการฆ่า แล้วเมื่อถูกฆ่าแล้วทั้งควายและปลาต่างก็ตายทั้งคู่
แต่สามารถบอกได้เพียงว่า การที่คนเราจะงดเว้นการกินเนื้อสัตว์นั้นเป็นเรื่องของความคิด และเป็นเรื่องของจิตใจของปัจเจก ปัจเจกที่เจริญแล้วย่อมลดการเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกรรมวิธีทั้งปวง และเป็นผู้ที่มีความเห็นถูกต้อง และมีความประพฤติชอบ และปฏิบัติชอบ
มักจะมีคนตั้งคำถามแบบเสียดสีว่า แล้วทำไมนายทุนใหญ่ในไทยที่ทำอาชีพฆ่าสัตว์ขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันจึงรวยเอา รวยเอา ไม่เห็นเขาจะยากจะจนเลย แถมยังขยายกิจการได้ใหญ่โตสารพัด

ผู้เขียนต้องขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้ครับ เพราะเราไม่รู้เหตุปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตของเขาผู้นั้น แต่เราจะรู้คำตอบชัดเจนในคำถามนี้ เมื่อฉากสุดท้ายของชีวิตเขามาถึง
แต่ผู้เขียนก็ยังยืนยันว่า การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตผู้อื่นเป็นสิ่งดี ส่วนใครจะกระทำได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของปัจเจก แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเราไม่ฆ่าและไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วเราจะกลายเป็นคนที่ดีเด่น วิเศษวิโส เลิศเลอกว่าคนที่ฆ่าสัตว์และกินเนื้อสัตว์ เพราะหากใครคิดแบบนั้นก็ถือได้ว่ากำลังหลงตัวเอง ซึ่งก็มิใช่เรื่องดีแต่ประการใด
คนอื่นๆ อาจจะมีเหตุผลร้อยแปดพันประการกับการกินหรือฆ่าสัตว์ นั้นก็เป็นเหตุผลของเขา ส่วนถ้าเราจะไม่กินเนื้อสัตว์และไม่ฆ่าสัตว์ ก็ขอให้เรารับรู้เพียงว่าเป็นความตั้งใจของเรา เราจะไม่ตำหนิและว่าร้ายผู้อื่น เรารู้แค่ว่าเราไม่กินเนื้อสัตว์และไม่ฆ่าสัตว์เพราะเราไม่ต้องการเบียดเบียนใคร และไม่ต้องการก่อเวรก่อกรรมวนเวียนต่อๆ กันไป ขอให้คิดเพียงเท่านั้น ถ้าเรามีจิตที่เบิกบาน มีจิตที่ยินดี แล้วเราบริสุทธิ์ใจว่าเราสามารถแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับเพื่อนร่วมโลกของเราได้แล้ว ใครจะพูดจาชมเชย หรือนินทาอย่างไรในเรื่องที่เรากระทำ เราก็แค่เพียงฟังไว้ แต่ไม่ต้องเอาใจไปฝักใฝ่ให้จิตวุ่นวาย
ขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า ผู้ที่กินเนื้อสัตว์มิได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี และคนที่กินเจ งดบริโภคเนื้อสัตว์ก็มิได้หมายความว่าดีกว่าคนกินเนื้อสัตว์

ส่วนเหตุผลสำคัญที่คอลัมน์นี้ เชิญชวนให้คุณที่เห็นด้วยร่วมกันไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปมอบให้เกษตรกร รวมถึงคนอื่นๆ ที่สามารถรับเขาไปเลี้ยงดูได้ จนกว่าเขาจะถึงกาลแห่งอายุขัย ก็เพราะมีเจตนาอยากจะช่วยไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์เท่านั้น และต้องการให้โคกระบือที่ผ่านการไถ่ชีวิตแล้วอยู่ไปจนกว่าจะตายโดยธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่สามารถตามไปไถ่ชีวิตพวกเขาได้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ตั้งความหวังไว้เพียงว่า เราจะทำได้เท่าที่กำลังความสามารถของพวกเราจะพึงมี และเมื่อไถ่ชีวิตของเขามาแล้วเราก็นำเขาไปไว้ในที่ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าปลอดภัยกับเขาและทำให้เขามีความสุขตามอัตภาพ
ดังนั้นหากคุณผู้อ่านรายใดสามารถรับเขาไปเลี้ยงดูได้ ขอได้โปรดติดต่อคอลัมน์นี้ ซึ่งหากผ่านการพิจารณาแล้ว ทางโครงการก็ยินดีมอบวัวควายให้คุณนำไปเลี้ยงดู โดยไม่คิดมูลค่า เพียงแต่มีสัญญาผูกพันตามกฎหมายว่าผู้ที่รับไปเลี้ยงต้องไม่ฆ่า ไม่ขาย ไม่ทำร้ายเขา และไม่เลี้ยงเขาเพื่อการผสมพันธุ์เพื่อนำลูกของเขาไปฆ่าเพื่อเป็นอาหาร และหากไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูเขาต่อไป ก็สามารถส่งคืนให้กับเราได้ทุกเมื่อ

ส่วนการไปเยี่ยมวัวควายที่กลุ่มของเราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตและบริจาคให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงดูในครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยไปที่สวนบำบัด อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ผู้อ่านรายใดที่ประสงค์จะร่วมคณะไปกับเรา โปรดติดต่อที่โทร.091-7233615 เดินทางแบบเช้าไป-เย็นกลับ โดยไปพร้อมกันที่สำนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า เวลา 06.30 น. (รถออกเวลา 07.00 น.) หรือหากมีความประสงค์จะร่วมโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ ก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรฯ เดียวกัน
หมายเหตุ รูปภาพประกอบคอลัมน์ในวันนี้คือภาพโคกระบือที่เราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตพวกเขามาในระยะเวลา 1 ปีเศษจำนวน 43 ตัว โดยกระจายมอบให้กับผู้รับไปเลี้ยงในที่ต่างๆ อาทิ สุพรรณบุรี ขอนแก่น นครปฐม ชลบุรี เป็นต้น และล่าสุดกำลังอยู่ในระหว่างการประสานงานกับหน่วยทหารพรานที่ 47 จังหวัดยะลา เพื่อส่งมอบโคกระบือให้กับเกษตรกรใน อ.ยะหา จ.ยะลา




