ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/251498
วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เวลามนุษย์เราทำบุญทำทาน เขาหวังจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนหรือไม่
คำตอบในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปัจเจก เพราะแต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป บางคนอาจจะคิดไปถึงเรื่องนรกสวรรค์ เรื่องการสะเดาะเคราะห์ เรื่องสุขภาพ เรื่องการเงิน และเรื่องครอบครัว แต่บางคนก็ไม่ได้คิดไม่ได้หวังอะไรเลย แต่คิดเพียงว่าทำแล้วสบายใจ ส่วนผลในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไรก็คงตอบไม่ได้ชัด รู้แค่เพียงว่า เมื่อมีโอกาสทำความดี ก็เพียรพยายามทำไปเรื่อยๆ
คุณๆ เล่าครับ คาดหวังสิ่งใดบ้างจากการทำบุญทำทาน
แต่ไม่ว่าคุณๆ จะคาดหวังสิ่งใดก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องได้รับแน่ๆ หลังจากการตั้งใจให้แน่วแน่ในการทำบุญทำทานก็คือ ความสบายอกสบายใจ แล้วคุณก็จะมีรอยยิ้มบนใบหน้า แล้วเมื่อคุณคิดถึงบุญกุศลที่ได้กระทำขึ้นมาครั้งใด คุณก็จะมีความปีติอิ่มเอมใจทุกครั้ง

คนไทยบางกลุ่มเชื่อว่าการปล่อยสัตว์ให้ได้รับอิสรภาพจากการจะถูกนำไปฆ่า จะช่วยให้ผู้ช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นสามารถผ่านเรื่องทุกข์เรื่องร้ายในชีวิตของเขาได้ ซึ่งก็คงไม่ใช่ความผิดที่ใครจะเชื่อเช่นนั้น แต่บางคนก็คิดว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ เอาเคราะห์ร้ายของตนไปไว้ที่สัตว์เหล่านั้นแทน
เรื่องความคิดความเชื่อเป็นเรื่องที่ปัจเจกมีแตกต่างกันไปตามพื้นฐานความคิด และประสบการณ์ เราคงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครผิดหรือถูก แต่พระผู้ใหญ่ท่านสอนว่า เวลาจะช่วยเหลือสัตว์ใดๆ อย่าคิดว่าจะเอาเคราะห์ของเราไปให้กับเขาเลย เพราะอาจจะเป็นการก่อเวรก่อกรรมผูกพันต่อเนื่องกันไปไม่จบไม่สิ้น หากจะช่วยเขา ก็ขอให้ตั้งจิตให้มั่น แล้วหวังให้เขาพ้นทุกข์พ้นภัย ให้เขามีชีวิตรอดพ้นจากความตาย เพราะการคิดเช่นนี้จะช่วยให้จิตใจของเราสบายมากขึ้น ส่วนช่วยเขาแล้วบุญกุศลจากการช่วยจะทำให้เราได้ขึ้นสวรรค์หรือไม่นั้น พระท่านว่าอย่าไปใส่ใจให้มากจนกลายเป็นการหมกมุ่น เพราะจะเท่ากับเป็นการช่วยเหลือโดยมีเงื่อนไข เพื่อหวังผลประโยชน์ของตัวเราเป็นที่ตั้ง

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าที่ร่วมโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเพื่อเลี้ยงดูเขาเหล่านั้นจนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัย เพราะมีความต้องการที่สอดคล้องกันคือ คิดหวังจะช่วยให้โคกระบือเหล่านั้นมีชีวิตรอดต่อไป โดยไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าการได้ช่วยเหลือสัตว์ใหญ่จำนวนหนึ่งให้รอดพ้นจากความตาย ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกท่านช่วยด้วยใจอันเป็นกุศลจริงๆ เพราะโครงการนี้ไม่มีใบอนุโมทนาบัตร และไม่มีใบเสร็จรับเงินมอบให้กับผู้บริจาค แต่ก็มีผู้อ่านจำนวนมากร่วมบริจาคกับโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเพราะความเชื่อมั่นในหนังสือพิมพ์แนวหน้า และในตัวของผู้เขียนคอลัมน์ รวมถึงเพราะความตั้งใจมั่นของผู้บริจาคที่จะร่วมกันทำบุญทำทานเพื่อช่วยเหลือให้โคกระบือรอดชีวิตจากการถูกฆ่า
โครงการนี้ดำเนินมาได้ครบ 1 ปีเต็มแล้ว ซึ่งพวกเราสามารถไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้วทั้งหมด 43 ชีวิต โดยมอบให้เกษตรกรในอำเภอศรีประจันต์ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี (โดยประสานกับสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ ซึ่งผ่านการประสานงานกับบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และมอบให้กับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น (โดยผ่านการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของ SCG รายหนึ่ง) รวมถึงมอบให้กับสวนผักบำบัด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และอีกส่วนหนึ่ง (10 ชีวิต) หม่อมไฉไล ยุคล ร่วมไถ่ชีวิตพวกเขา แล้วนำไปเลี้ยงดูไว้ในสวนของโรงแรมเรือ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

โคกระบือที่คณะของเราไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์นั้นมีทั้งโคกระบือท้องโคกระบือแม่ลูก และโคกระบือวัยหนุ่ม-สาว และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างมากเพราะเมื่อก่อนปีใหม่ไม่กี่วันกระบือที่เรามอบให้กับสวนผักบำบัดได้คลอดลูกออกมา ซึ่งพวกเราตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมพวกเขาด้วยกัน (โดยกำหนดจะเดินทางไปช่วงหลังวันตรุษจีน ซึ่งอาจจะเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คอลัมน์นี้จะแจ้งรายละเอียดการเดินทางที่แน่นอนให้ทราบในโอกาสต่อไป)
ตามปกตินั้น พวกเราจะไปเยี่ยมโคกระบือที่เราร่วมกันบริจาคเป็นประจำ (ประมาณ 3 เดือนต่อครั้ง) เพราะเรามีเหตุผลว่า เราต้องการไปดูความเป็นอยู่ของพวกเขา และไปเพื่อให้กำลังใจผู้ที่รับโคกระบือไปเลี้ยงดู การเดินทางไปแต่ละครั้งได้รับการอนุเคราะห์ด้านยานพาหนะจากบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โดยที่คณะของเราจะเก็บค่าร่วมเดินทางจากผู้ร่วมคณะเพียงรายละ 1,200 บาท เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวัน โดยเงินส่วนที่เหลือจะเก็บเข้ากองทุนไถ่ชีวิตโคกระบือต่อไป

ล่าสุด โครงการนี้กำลังประสานงานกับหน่วยทหารพรานที่ 47 จังหวัดยะลา เพราะได้ทราบข่าวว่ามีเกษตรในจังหวัดยะลาต้องการได้โคกระบือไปเพื่อใช้ทำนา สำหรับความคืบหน้าของส่งมอบโคกระบือให้ชาวนาในจังหวัดยะลานั้น คอลัมน์นี้จะเรียนแจ้งให้คุณผู้อ่านทราบเป็นระยะๆ และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมโครงการนี้ด้วยกัน โดยติดต่อได้ที่ Mr.Flower หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615
ก่อนลาจากกันในสัปดาห์นี้ Mr.Flower มีภาพลูกกระบือตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อก่อนวันปีใหม่ และภาพฝูงกระบือ (บางส่วน) ที่เราร่วมกันบริจาคให้สวนผักบำบัด เพื่อเป็นของกำนัลแด่คุณๆ หวังว่าคุณๆคงยิ้มหวานเมื่อทราบว่า แม่กระบือของพวกเรานั้นได้ให้กำเนิดกระบือตัวใหม่ ขอบอกคุณๆ ว่าเวลาดูแววตาของลูกกระบือตัวนี้แล้ว คุณจะบังเกิดความปลื้มปีติอย่างอัศจรรย์



