แหวกฟ้าหาฝัน : ว่าด้วยเรื่องทางเข้า Vatican Museum

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/251489

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวอิตาลีและเข้าโรม สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่เป็น the must ต้องไปให้ได้ก็คือ Vatican Museum ทั้งนี้เพราะที่นี่ไม่เพียงเป็นมิวเซียมที่ใหญ่อันดับหกของโลกและอันดับหนึ่งของกรุงโรมแล้ว ที่นี่ยังอยู่ในเขตปกครองพิเศษหรือนครอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคาทอลิกทั่วโลกด้วยที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวคริสต์นิกายคาทอลิกต้องมาให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต เฉกเช่นเดียวกับที่ชาวมุสลิมต้องไปเมกะให้ได้อย่างไรอย่างนั้น แต่วิธีการที่ดีที่สุดในการเที่ยวมิวเซียมนี้ก็คือ เข้าผ่านทาง Sistine Chapel โดยนักท่องเที่ยวควรเข้ามหาวิหาร St.Peter ก่อน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามหาวิหารนี้ควรต้องไปให้ถึงมหาวิหารแต่เช้า เพราะคิวจะยาวมาก และกว่าจะออกจากมหาวิหารมาเยี่ยมชมมิวเซียมขนาดใหญ่นี้ได้ก็ต้องใช้เวลานานมากอีกเช่นกัน

Creation of Adam

หลังจากชื่นชมภายนอกและภายในของมหาวิหาร St.Peter มหาวิหารที่สำคัญที่สุดของคริสตศาสนิกชนแล้ว นักท่องเที่ยวจะผ่านเข้าไปยัง Sistine Chapel เพื่อชื่นชมภาพ Fresco ที่สำคัญที่สุดของ Michel Angeloที่เขียนไว้บนหลังคานั่นคือ Creation of Adam ภาพที่พระเจ้าใช้นิ้วแตะกับ Adam อันถือเป็นจุดกำเนิดของมวลมนุษยชาติตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่ชาวคริสต์ อิสลาม และยิวเชื่อกันทั่วโลก ภาพนี้แค่ภาพเดียวก็ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทุกศาสนาจากทุกมุมโลกมาตั้งแถวเข้าคิวรอได้แล้ว ทั้งนี้เพราะภาพนี้ศิลปินใช้เวลาวาดด้วยท่าพิสดารนั่นคือ ห้อยหัวอยู่นานถึง 4 ปี นอกจากภาพนี้แล้ว ในห้อง Sistine Chapel ยังมีภาพสำคัญอีกภาพของศิลปินคนเดียวกันนั่นคือ The Last Judgement ด้วย ยิ่งกว่านั้น ห้องนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับชาวคาทอลิก เพราะห้องนี้เป็นห้องกำเนิดสันตะปาปาทุกพระองค์ ก่อนที่สันตะปาปาจะได้รับการคัดเลือก ผู้ทำหน้าที่คัดเลือก นั่นคือ คาดินัลที่ถูกมอบหมายจะมาประชุมกันในห้องเพื่อคัดเลือก และจะออกจากห้องไม่ได้จนกว่าจะได้สันตะปาปาไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานกี่วันก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีนี้ก็มีการคัดเลือกไปแล้วถึง 2 ครั้ง

Creation of Adam detail

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยี่ยมชมห้องนี้ จะพบว่า ผู้คนแออัดยัดทะนานมากลื่นไหลโดยถูกผลักไสให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า แต่ก็สามารถชื่นชมได้อย่างเต็มอิ่มและสามารถปลาบปลื้มได้อย่างแน่นอน เรียกว่าคุ้มค่ากับการเสียเวลามาเข้าคิว หลังจากที่นักท่องเที่ยวชื่นชมห้องสวดมนต์นี้เสร็จ จะผ่านออกทางประตูเข้าสู่วาติกันมิวเซียมได้ หรืออาจเดินออกไปข้างนอกได้เลย แล้วแต่จะเลือก อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มาก หรือเคยชื่นชมภาพเขียนFresco ของศิลปิน Michelangelo แล้วอาจเลือกเข้าคิวที่ยาวอีกเช่นกันเข้ามิวเซียมตรงๆ ได้เลย

วาติกันมิวเซียมที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกจากการที่พระสันตะปาปาจูเลียตที่สองซื้อรูปปั้น Laocoon and His son จาก Santa Maria Maggiore เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16นั้น เป็นมิวเซียมที่มีผลงานศิลปะจำนวนมาก เพราะสันตะปาปาทุกพระองค์นับจากนั้นมาก็เริ่มสะสมงานศิลปะต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม และนำผลงานศิลปะประเภทต่างๆ ซึ่งเคยเป็นของส่วนพระองค์ออกมาให้สาธารณชนชื่นชมด้วยเพื่อเผยแพร่ประวัติศาสตร์ศิลป์ และศิลปวัฒนธรรม ส่วนของมิวเซียมที่นักท่องเที่ยวเข้าชมในปัจจุบันนั้นประกอบด้วยกลุ่มของมิวเซียมและห้องภาพที่ถือกำเนิดโดยสันตะปาปาหลายพระองค์ เช่น Pio-Clementine Museum เป็นส่วนของมิวเซียมที่ถือกำเนิดจากสันตะปาปา Clement XIV และสันตะปาปา Pius VI เป็นต้น

Laocoon and His Son

Last Judgement

Vatican Museum

มหาวิหาร St.Peter

Leave a comment