ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2560 23:35
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846632

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) ของสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า คำสั่งฉุกเฉินของศาลแขวงนิวยอร์ก ที่ออกมาเพื่อยับยั้งการส่งตัวชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศที่ถูกสั่งห้ามเข้าประเทศออกจากสหรัฐฯ แม้จะมีวีซ่าเข้าประเทศหรือกรีนการ์ดอย่างถูกต้อง ตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่มีกระทบการบังคับใช้คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวในภาพรวม
กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ระบุในแถลงการณ์ว่า คำสั่งของศาลส่งผลต่อนักเดินทางกลุ่มเล็กๆ ที่ประสบกับความยุ่งยากโดยกระบวนการรักษาความปลอดภัยระหว่างที่พวกเขาเดินทางกลับมาสหรัฐฯ เท่านั้น “มีนักเดินทางนานาชาติประมาณ 80 ล้านคนเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาทุกปี เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) มีเพียงไม่ถึง 1% ของผู้โดยสารเครื่องบินนานาชาติมากกว่า 325,000 คน ที่ประสบความยุ่งยาก ในขณะที่การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยถูกบังคับใช้”

ฝูงชนชุมนุมประท้วงที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ดัลลัส-ฟอร์ต เวิร์ธ ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เพื่อต่อต้านคำสั่งแบน 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์
แถลงการณ์ระบุต่อว่า “คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงบังคับใช้อยู่ การห้ามเดินทางยังคงส่งผล และรัฐบาลสหรัฐฯ สงวนสิทธิ์ในการเพิกถอนวีซ่าได้ทุกเวลา หากจำเป็นต่กความมั่นคงของชาติหรือความปลอดภัยในสังคม”
ด้านนาย สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาระดับสูงในทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า คำสั่งของผู้พิพากษาศาลแขวงนิวยอร์กไม่มีข้อใดที่กีดขวางหรือยับยั้งการบังคับใช้คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีฉบับนี้ ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้อยู่อย่างเต็มที่, สมบูรณ์ และครบถ้วน

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษของประธานาธิบดี ห้ามไม่ให้ชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศ กว่า 130 ล้านคน ประกอบด้วย อิหร่าน อิรัก ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน เดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยการออกมาตรการระงับการออกวีซ่าแก่ชาวมุสลิมทั้ง 7 ชาตินี้เข้าสหรัฐฯ เป็นระยะเวลาเบื้องต้น 90 วัน รวมทั้งยังระงับไม่ให้ผู้ลี้ภัยทุกสัญชาติ เข้าประเทศสหรัฐฯ เป็นเวลา 120 วัน
คำสั่งของนายทรัมป์ ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นทั่วโลกทันที โดยมีชาวมุสลิม รวมทั้งผู้ลี้ภัยราว 100-200 คนต้องถูกกักกันตัวที่สนามบินหลายแห่งในสหรัฐฯ ผู้โดยสารจาก 7 ประเทศที่ถูกแบนซึ่งกำลังจะเดินทางไปสหรัฐฯ ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน ขณะที่สายการบินต่างๆ เช่น เอมิเรตส์ ต้องเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บนเครื่องเป็นสัญชาติอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกักตัวในสหรัฐฯ

นอกจากนั้น คำสั่งนี้ยังเรียงกระแสตอบรับในด้านลบจากทั่วโลก โดยผู้นำประเทศหลายชาติรวมทั้งนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์ และยืนยันว่า ประเทศของพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายคนเข้าเมืองด้วย
ไม่เพียงแต่ฝ่ายการเมืองเท่านั้นที่ออกมาต่อต้านการแบนชาติมุสลิมของนายทรัมป์ แต่ผู้บริหารของบริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ หลายบริษัทก็ออกมาแสดงความต่อต้านเช่นกัน โดยซีอีโอของบริษัท เน็ตฟลิกซ์ ผู้ให้บริการบันเทิงออนไลน์ ระบุว่าความเปลี่ยนแปลงล่าสุด ไม่เป็นอเมริกัน ขณะที่บริษัท อัลฟาเบต บริษัทในเครือกูเกิล สั่งให้พนักงานที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์ รีบกลับสหรัฐฯ ทันที
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮลั่น ศาลนิวยอร์กออกคำสั่งฉุกเฉิน ขวางทรัมป์ ตะเพิดมุสลิมวีซ่าถูกต้อง
มะกันแห่ประท้วง! 11 ผู้ลี้ภัยถูกจับที่สนามบิน หลังทรัมป์สั่งแบน
ทรัมป์เซ็นคำสั่งแบน 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ-กูเกิลรีบเรียกพนง.กลับ